วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

หมายเรียก12ส.อบจ.อุบลเจอแจ้งกลับ-โร่ขมาผู้ว่าฯ

หมายเรียก12ส.อบจ.อุบลเจอแจ้งกลับ-โร่ขมาผู้ว่าฯ
มติชน (กรอบบ่าย)  ฉบับวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

          ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก 12 ส.อบจ.อุบลฯ รับข้อกล่าวหาแจ้งเท็จ-หมิ่น-ซ่องโจร ที่ถูกผู้ว่าฯ แจ้งความกลับศาลปกครองสั่งเพิกถอนข้อบัญญัติงบประมาณฯปี'59
          กรณีศาลปกครองอุบลราชธานีให้เพิกถอนข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี ต่อมาสมาชิกสภา อบจ.อุบลราชธานี 12 คน ประกอบด้วย 1.นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ 2.นายฐิติวัฒน์ โควสุรัตน์ 3.นายประสิทธิ์ อาศัยบุญ 4.นายสุทัศน์ วะสุรีย์ 5.นายสุวทิน ดอกรัก 6.นายณรงค์ บุญญะศรี 7.นายประจักษ์ แสงคำ 8.นายเพรียวสุริยา สายใจ 9.นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร 10.นายจรัญ ฟองงาม 11.นายนฤชิต ผ่าโผน 12.นายอำนวย ทุมมากรณ์ แจ้งความดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่ลงนามเห็นชอบข้อบัญญัติงบประมาณดังกล่าว แต่ถูกนายสมศักดิ์แจ้งความกลับ 12 ส.อบจ.อุบลราชธานี ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท และซ่องโจร เนื่องจากนายสมศักดิ์ไม่ได้เป็นผู้ลงนามเห็นชอบข้อบัญญัติดังกล่าว แต่เป็นนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าฯอุบลราชธานีคนก่อน
          เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร ส.อบจ.เขต 2 อ.ม่วงสามสิบ กล่าวว่า ก่อนที่กลุ่ม ส.อบจ. 12 คน จะไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีกับนายสุทัศน์ เรืองศรี รักษาการนายก อบจ. ที่ลงนามในประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณและผู้ว่าฯอุบลราชธานีที่เป็นผู้ลงนามเห็นชอบ ทางกลุ่มโทรศัพท์ถามไปยังผู้อำนวยการกองกิจการสภา อบจ.อุบลราชธานี เพื่อขอข้อมูลว่าผู้ลงนามเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบฯคือใคร และได้รับคำตอบยืนยันว่าคือนายสมศักดิ์ จากนั้นกลุ่ม 12 ส.อบจ.จึงไปแจ้งความเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม แต่ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดพบว่าผู้ลงนามคือนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าฯอุบลราชธานีคนก่อน ไม่ใช่นายสมศักดิ์
          "เมื่อทราบว่าผิดพลาด ทางกลุ่ม ส.อบจ. 12 คนโทรศัพท์ไปหาพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อขอถอนแจ้งความร้องทุกข์ในส่วนของนายสมศักดิ์ เนื่องจากผิดคน แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าติดให้การเป็นพยานที่ศาลในช่วงเช้า ให้ไปถอนแจ้งความช่วงบ่าย แต่นายสมศักดิ์เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ส.อบจ.ทั้ง 12 คนแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นทางกลุ่ม ส.อบจ. 12 คนขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำให้นายสมศักดิ์เสียหาย พร้อมขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมากลุ่ม ส.อบจ.ทั้ง 12 คนได้ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ราชการ ตรวจสอบการบริหารงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างใน อบจ.อุบลราชธานีมาตลอด มีอย่างน้อย 9 โครงการที่มีเงื่อนงำในการจัดซื้อจัดจ้าง และผลประโยชน์ทับซ้อนทำให้ราชการเสียหายรวมเป็นเงิน 114,543,916 บาท" นางพิมพกาญจน์กล่าว
          ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำนายสมศักดิ์และรวบรวมพยานหลักฐาน จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นจะออกหมายเรียก ส.อบจ.ทั้ง 12 คนมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป จาก 3 ข้อกล่าวหาที่รับแจ้งความ มีข้อหาที่ยอมความกันไม่ได้เช่นข้อหาซ่องโจร
          รายงานข่าวแจ้งว่า มีความเคลื่อนไหวภายใน อบจ.อุบลราชธานีเตรียมการจะร้องเรียนถึงผู้ว่าฯอุบลราชธานีให้สอบสวนจริยธรรม ส.อบจ.ทั้ง 12 คน พร้อมขอให้ผู้ว่าฯสั่งการให้ตั้งญัตติเพื่อขับ ส.อบจ.ทั้ง 12 คนออกจากสมาชิกภาพ เพราะประพฤติตนนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสภา อบจ.อุบลราชธานี
          รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุทัศน์ เรืองศรี รักษาการนายก อบจ. ถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ต่อจากนายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ หลังสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้เงินของ อบจ.อุบลราชธานี พบว่าเข้าข่ายกระทำความผิด โดยทำหนังสือถึงผู้ว่าฯอุบลราชธานีให้ดำเนินการเอาผิดกับนายพรชัย และนายสุทัศน์ กับพวก กรณีใช้บริษัทเครือข่ายคือบริษัท เป็นไท แทรกเตอร์ จำกัด และบริษัท เบสต์ มาร์เก็ตติ้ง เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญากับ อบจ.อุบลราชธานีเข้าข่ายเป็นผู้มีส่วนได้เสียในลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ราชการเสียหายเป็นเงิน 114,543,916 บาท และให้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนทั้ง 2 ราย ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น