วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คอลัมน์ รอบรั้วการศึกษา: ราชครามโมเดล โมเดลคุณภาพเด็กปฐมวัย

คอลัมน์ รอบรั้วการศึกษา: ราชครามโมเดล โมเดลคุณภาพเด็กปฐมวัย
สยามรัฐ ฉบับวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560

          edusiamrath@gmail.com
          หมายเหตุ: รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้ "รัฐ" ต้องจัดการศึกษาแก่เด็กก่อนวัยเรียน อายุ 3-5 ขวบอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาในสังกัดต่างๆ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และโรงเรียนเอกชน จัดการศึกษาในระดับนี้อยู่แล้ว ทั้งรูปแบบโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
          แต่คำถามคือ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาปฐมวัยทุกแห่ง มีคุณภาพสามารถปูพื้นฐานให้เด็กเติบโตอย่างสมวัยได้หรือไม่?? เราลองไปดูผลเชิงประจักษ์ของ "ราชครามโมเดล" โมเดลคุณภาพเด็กปฐมวัย อาจมีคำตอบแก่ทุกคน
          จากเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 4สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัวสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมด้วย ผอ.โรงพยาบาลบางไทร คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น(อปท.) บุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากตำบลบางไทร โพแตง เชียงรากน้อย และช้างใหญ่ กว่า 100 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
          "ราชครามโมเดล" เป็นระบบการดูแลเด็กปฐมวัย ที่บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในสังคม จนส่งผลชัดเจนให้เด็กปฐมวัย ของชาวราชคราม มีพัฒนาการและเติบโตสมวัย และทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือ ศพด.แห่งนี้ เป็นสถานศึกษาปฐมวัย "ยอดนิยม"
          พระครูสุวัฒน์ บุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดเชิงเลน เล่าย้อนความเป็นมาของ ศพด. บ้านราชคราม ว่า เดิมที่นี่เป็นแค่สถานที่รับเลี้ยงเด็กให้แก่ชาวบ้าน ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดเทศบาลตำบล และเริ่มหาแนวร่วมภาคีเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงวันนี้ มีคนเข้ามาศึกษาดูงานต้นแบบการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยที่มีความพร้อม โดยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่งผลให้ผู้ปกครองนำเด็กมาเข้าเรียนจำนวนมาก
          นายไพทูรย์ สุขสามดาว นายกเทศมนตรีตำบลราชคราม กล่าวว่า การพัฒนาระบบและกลไกเพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัยตำบลราชครามและช้างใหญ่ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556  โดยมี สสส. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล สนับสนุนพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านราชคราม ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้าน การพัฒนาเด็กปฐมวัย ครอบคลุม 5 ด้าน คือ
          - ด้านการบริหารจัดการ
          - การจัดการสิ่งแวดล้อม ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้
          - ด้านหลักสูตร และการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
          - ด้านการดูแลสุขภาพ
          - ด้านการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน
นอกจากนี้ยังขยายเครือข่ายไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 5 ศูนย์ และเรียกว่า "ราชครามโมเดล"
          "การทำงานของเราใช้ทุนและฐานเดิมคือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านราชคราม แต่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปถึงมารดาที่ตั้งครรภ์ มีระบบการดูแลเด็กด้วยเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ มีการบูรณาการ และร่วมพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัย พัฒนาขีดความสามารถของครอบครัว ผู้ปกครองรวมถึง อสม.ให้สามารถดูแล และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้ รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายการทำงาน ด้านเด็กปฐมวัยในอำเภอ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแล และพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งส่งผลให้เด็กมีระดับสติปัญญาที่ดี และเติบโตสมวัย"
          ด้าน ครูพะเยาว์ ศรีประพันธ์ รักษาการหัวหน้า ศพด.บ้านราชคราม บอกว่าขณะนี้มีเด็กๆ ในความดูแลตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1-3 อายุ3-5 ปี จำนวน 173 คน ครูผู้ดูแลเด็ก 10 คน ในแต่ละปีจะรับเด็กอนุบาล1 เข้าเรียน ปีละ 50 คน จัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบบูรณาการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่นี่เน้นการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยของเด็กไม่เร่งรัดว่าเด็กๆ เข้าโรงเรียนแล้วต้องท่อง ก.ไก่ ข.ไข่ ให้ได้เราใส่ใจพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ อารมณ์ สุขภาวะ ส่งเสริมผ่านการวาดรูป ปั้นดินน้ำมัน ซึ่งก่อนเด็กเข้าเรียน ก็ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองให้รับทราบแนวทางร่วมกัน
          ครูพะเยาว์ อธิบายต่อว่า เพื่อให้ "ราชครามโมเดล" ง่ายต่อการเรียนรู้และขยายผล สามารถประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบริบทของผู้เรียนรู้ ทางศูนย์ฯ จึงสร้างเครื่องมือและสร้างฐานการเรียนรู้ที่เรียกว่า "ต้นไม้แห่งการเรียนรู้ 12 ต้น" ประกอบด้วย
          ต้นแรก ด้วยรักและห่วงใย รักด้วยการทักทาย ห่วงใยด้วยการดูแลสุขภาพ ห่วงใยการเดินทาง และปลูกฝังคุณธรรม
          2.แหล่งเรียนรู้ปลอดภัยปรับจุดเสี่ยงหลีกได้ เลี่ยงอันตราย จัดพื้นที่นอกอาคารส่งเสริมการเรียนรู้และปรับปรุงรั้วใหม่ให้ปลอดภัยและงามตา
          3.ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปลูกฝังการมีวินัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพร้อมคัดแยกขยะ
          4.เตรียมพร้อมสู่พัฒนาการ ประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมนอกห้องเรียน ส่งเสริมการกล้าแสดงออก
          5.อาหารถูกหลัก เน้นผักปลอดสาร อาหารถูกหลักอนามัยใส่ใจสถานที่ เด็กดีมีวินัย
          6.สวนผักปลอดสาร กำจัดจุดเสี่ยงหลีกเลี่ยงอันตราย ปรับปรุงใหม่สวนผักปลอดสาร ส่งเสริมประสบการณ์เรียนรู้หนูๆ มีส่วนร่วม
          7 เน้นด้านอนามัย สุขภาพดีเริ่มที่มือสะอาด ล้างมือ 7 ขั้นตอน ล้างแก้ว/ แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ การใช้ห้องน้ำ การล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ มุมอนามัยผ้าเช็ดมือ
          8.สนในการเรียนรู้ เคียงคู่คุณธรรมน้อมนำคุณธรรม 8 ประการ บูรณาการด้านทักษะ มามะมาเล่นอังกะลุง สนุกสุขสันต์กับนิทานหรรษา
          9.คุณครูช่วยเสริม เพิ่มพัฒนาการ ใส่ใจฝึกฝนคิดค้นผลิตสื่อ
        10.เพิ่มพูนปัญญา ใฝ่หาความรู้ เล่าสู่กันฟัง คุณครูช่วยเสริม เพิ่มความผูกพัน
        11.พัฒนากายใจ มีวินัย มีคุณธรรม น้อมนำการละเล่นไทย ใส่ใจสุขภาพ
        12. และต้นสุดท้าย ร่วมแก้ไขและพัฒนา ทางศูนย์ฯ จะประชุมวางแผนร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ฯ ตัวแทนผู้ปกครอง ผู้นำและผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอผู้บริหาร จัดอบรมให้ความรู้กับคุณครูในเรื่องต่างๆพัฒนาบุคลากรในเรื่องการจัดทำแผนแผนการจัดประสบการณ์
          "ราชครามโมเดล" ถือเป็นกรอบรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย รูปแบบหนึ่งที่ตอบโจทย์คุณภาพเด็กปฐมวัย
          "'ความร่วมมือร่วมใจ'คือจุดกำเนิดแห่งความสำเร็จของ'ราชครามโมเดล'"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น