วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

สัญญาทางปกครองที่มีข้อสัญญาเรื่องอนุญาโตตุลาการ

 กรณีเรื่อง  สัญญาทางปกครองที่มีข้อสัญญาเรื่องอนุญาโตตุลาการ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๓, มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔)

 

ผู้ถูกฟ้องคดีได้ว่าจ้างผู้ฟ้องคดีให้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติงานที่วิทยาลัยการอาชีพสทิงพระ จังหวัดสงขลา ตามสัญญาเลขที่ ๑/๒๕๔๑ ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าการก่อสร้างได้เกิดปัญหาและอุปสรรค์หลายประการที่เกิดจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี เป็นเหตุให้การก่อสร้างล่าช้าและเกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งในกรณีผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าตามมติคณะรัฐมนตรีล่าช้าเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร และในกรณีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างดังกล่าวซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง มีข้อสัญญากำหนดว่า ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับข้อกำหนดแห่งสัญญานี้หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญานี้และคู่สัญญาไม่อาจตกลงกันได้ ให้เสนอข้อโต้แย้งหรือข้อพิพาทนั้นต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาด ทำให้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพื่อไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการก่อน ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่า สัญญาอนุญาโตตุลาการดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับกับข้อพิพาทตามสัญญาจ้างก่อสร้าง แต่ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่จำต้องให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดก่อนนำคดีมาฟ้อง 

ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าล่าช้า จ่ายเงินค่าจ้างบางงวดล่าช้า ไม่ขยายเวลาก่อสร้างให้ หักเงินค่าปรับจากเงินค่าจ้าง ไม่คืนหลักประกันตามสัญญา และเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีสั่งให้ผู้ฟ้องคดีแก้ไขงานหรือหยุดงานโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย อันเป็นกรณีมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นคู่สัญญาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาจ้าง โดยที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งจะต้องเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ตามข้อ ๑๙ ของสัญญาจ้าง และมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.๒๕๔๕ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเพื่อให้คู่สัญญาไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ

ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คำสั่งว่า ผู้ฟ้องคดีประสงค์จะให้ศาลพิจารณาคดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และการใช้อำนาจทางปกครองของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นธรรม อันเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มิใช่กรณีพิพาทตามสัญญาจ้างก่อสร้าง    

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์เห็นว่า ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องที่ว่า ศาลปกครองต้องจำหน่ายคดีนี้เพื่อไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า เหตุที่ผู้ฟ้องคดีนำคดีนี้มาฟ้องเนื่องจากได้รับความเสียหายจากการไม่ขยายระยะเวลาการปฏิบัติงานตามสัญญาและหักเงินค่าปรับ จึงเป็นกรณีมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีได้แสดงเจตนาโดยสมัครใจตกลงทำสัญญาและกำหนดให้มีกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ศาลปกครองจึงต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้คู่สัญญาไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องค่าธรรมเนียมศาล เมื่อศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความแล้วจะต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่ เห็นว่า ศาลปกครองจะมีอำนาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้เฉพาะกรณีที่ศาลอนุญาตให้ถอนคำฟ้องหรือสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเพราะไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติใดให้ศาลปกครองสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ฟ้องคดีในกรณีที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเนื่องจากให้คู่สัญญาไปดำเนินการโดยอนุญาโตตุลาการ คำสั่งศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่คืนค่าธรรมเนียมศาลแก่ผู้ฟ้องคดี จึงชอบแล้ว   

 

ปกรณ์/ย่อ/พิมพ์

ประเสริฐ/ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น