วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

บทความพิเศษ: บทบาทท้องถิ่น กับ การพัฒนาประเทศ

บทความพิเศษ: บทบาทท้องถิ่น กับ การพัฒนาประเทศ 
สยามรัฐ  ฉบับวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๑

          ธีรศักดิ์  พานิชวิทย์อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
          ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น
          นับแต่ประเทศไทยได้มีนโยบายกระจายอำนาจให้องค์กรท้องถิ่นในช่วงปี 2537 ในยุคของพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้ท้องถิ่นจัดการตนเองภายใต้หลักการอิสระของชุมชนท้องถิ่น ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยระยะแรกมีการลองถูกลองผิดเกิดอุปสรรคมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่คนท้องถิ่นสามารถพิสูจน์ตนเองคือแม้จะมีอุปสรรคก็ยังพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพราะท้องถิ่นเข้าถึงปัญหาทุกข์สุขใกล้ชิดประชาชนนำการมีส่วนร่วมมาเป็นกลไกนำการพัฒนาชี้ให้เห็นได้ว่าแม้จะมีปัญหาอย่างไร องค์กรท้องถิ่นก็ยังทำงานได้ดีกว่าราชการส่วนกลางและภูมิภาค คุณภาพชีวิตสังคมฐานรากเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเริ่มจากเส้นทางคมนาคม การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุผู้ด้อยโอกาส หากมีการถ่ายโอนการศึกษาและสาธารณสุขเพิ่มให้ท้องถิ่นจะยิ่งทำให้คุณภาพประชาชนดีขึ้นเพราะต้นแบบการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงเรียนในระดับต่างๆท้องถิ่นทำได้ดี ผลเป็นที่น่าพอใจและถูกใจประชาชน
          แต่ทุกรัฐบาลกลับเห็นว่าท้องถิ่นมีศักยภาพต่ำกว่าราชการส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง มีแต่ทุจริตใช้งบประมาณไม่เป็น จึงลดบทบาทนโยบายการกระจายอำนาจให้ประชาชนและองค์กรท้องถิ่นสะดุดลง เป็นผลทำให้สถานการณ์ระดับพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ดี  เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจต่างๆขณะนี้ไม่นำกระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชนมาร่วมปฏิบัติทำให้เข้าไม่ถึงปัญหา
          แม้รัฐบาลจะพยายามนำแนวทางประชารัฐไทยเข้มแข็งมาใช้เป็นเชิงรุกในการรับฟังปัญหาประชาชน แต่ได้รับผลเพียงน้อยนิด เพราะกระบวนการรับฟังปัจจุบันเป็นเพียง"การล่ารายชื่อประชาชน" ไม่ต่างจากโครงการประชานิยมของรัฐบาลในอดีต เหตุผลผู้รับผิดชอบงานทำเพียงให้งานเสร็จไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาประชาชน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่งบประมาณของรัฐช่วงที่ผ่านมาหมดไปกับซื้อเครื่องกรองน้ำดื่ม ปั๊มน้ำมันอัตโนมัติ หรือก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีน้อยพื้นที่ที่นำเงินไปสร้างทุนทางเศรษฐกิจชุมชน
          เมื่อบ้านเมืองเดินหลงทาง ท้องถิ่นต้องเร่งปรับตัวในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตนเองให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าขาดการปกครองท้องถิ่นไม่ได้และสิ่งที่ท้องถิ่นควรเป็นต้นแบบต่อหน่วยราชการอื่นๆในสถานการณ์เช่นนี้ด้วยการน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชา "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาเป็นฐานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น นำระบบข้อมูลเป็นฐานเชื่อมโยงกับการทำงานหน่วยงานต่างๆ นำตัวอย่างดีๆจากท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ในชุมชน เมื่อเกิดจุดเปลี่ยนและจุดเปรียบเทียบในผลงานระหว่างราชการท้องถิ่นกับราชการอื่นๆนโยบาย กระจายอำนาจจะเป็นนโยบายสำคัญที่ถูกเรียกร้อง จากประชาชน พลังแห่งการต่อสู้ของประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ในที่สุดรัฐบาลจะยอมรับการกระจายอำนาจว่าเป็นนโยบายที่สำคัญ ระบบศูนย์รวมอำนาจจะล่มสลายด้วยพลังของประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ถึงเวลานั้น "รากฐานประเทศก็จะมั่นคง ความเหลื่อมล้ำของประชาชนจะลดลงประเทศไทยจะเดินหน้าการเมืองไทยจะได้รับการพัฒนาไม่วนเวียนเหมือนสภาพปัจจุบัน" ถึงเวลาที่คนท้องถิ่นต้องทบทวนบทบาทตนเอง

          "เมื่อบ้านเมืองเดินหลงทางท้องถิ่นต้องเร่งปรับตัวในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตนเองให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าขาดการปกครองท้องถิ่นไม่ได้"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น