วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

สายตรงท้องถิ่น: การสร้างวัฒนธรรมโปร่งใสในท้องถิ่น

สายตรงท้องถิ่น: การสร้างวัฒนธรรมโปร่งใสในท้องถิ่น
สยามรัฐ  ฉบีบวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๑

          ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม
          ผมได้ประมวลดัชนีชี้วัดคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดร้อยเอ็ด ในการศึกษาเรื่องนี้ พบว่า ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรมีจุดอ่อนมากที่สุด โดยเป็นดัชนีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับคะแนนประเมินต่ำที่สุด มีค่าคะแนนอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 51.06) ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งอาจได้รับคะแนนในดัชนีข้อนี้ค่อนข้างต่ำมากคือ ประมาณร้อยละ 30 เท่านั้น
          ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรเป็นดัชนีที่มุ่งให้ความสำคัญกับทัศนคติในการปฏิบัติงานซึ่งมีการปลูกฝัง สั่งสอน รวมถึงการถ่ายทอดในกลุ่มบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมร่วมกันของคนในองค์กรในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การมีผลประโยชน์ทับซ้อน ฯลฯ การสร้างวัฒนธรรมร่วมกันที่ว่านี้นับเป็นกระบวนการหล่อหลอมทางสังคม (Socialization) อย่างหนึ่ง เพื่อให้คนในองค์กรไม่ทนต่อการทุจริตและเกิดกระบวนการลงโทษและกดดันทางสังคม (Social Sanction) แก่ผู้ที่มีพฤติกรรมในการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทำให้ในองค์กรเกิดกระบวนการสอดส่องและดูแลกันเองอันนับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความยั่งยืนและอาจถือเป็นมาตรการที่ได้ผลดีในทางปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากในสังคมของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น
          การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีค่าคะแนนดัชนีในด้านนี้ที่ค่อนข้างต่ำนั้น นับเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาว่าข้อค้นพบดังกล่าวช่วยให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ดจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาหรือส่งเสริมในเรื่องอะไร และอย่างไร
          การที่คะแนนดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรต่ำนั้น อาจมีมาตรการเชิงปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมที่จะช่วยพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีจุดอ่อนในดัชนีดังกล่าวเพื่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรที่สูงขึ้น ดังต่อไปนี้คือ
          1) ให้ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่าง การสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรนั้น ในเบื้องต้นแล้ว การประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างของผู้บริหารท้องถิ่นนับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเป็นอันดับแรก เพราะการประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างว่าเป็นผู้ที่รังเกียจหรือต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบในการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะทำให้บุคลากรในระดับรองๆ ได้เห็นเป็นแบบอย่าง และถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นว่าองค์กรของตนเองนั้น มีเจตนาที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
          2) จัดให้มีการถ่ายทอดแบบแผนพฤติกรรมจากผู้บริหารท้องถิ่นสู่บุคลากรภายในองค์กรอย่างทั่วถึงทุกระดับ การถ่ายทอดพฤติกรรมการต่อต้านการทุจริตนับได้ว่าเป็นอีกมาตรการที่มีความจำเป็น ทั้งนี้การถ่ายทอดพฤติกรรมดังกล่าวของผู้บริหารท้องถิ่นอาจกระทำผ่านการจัดประชุมชี้แจง การจัดทำเป็นนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งการแจ้งเวียนแนวนโยบายดังกล่าวให้เป็นที่รับทราบร่วมกันของคนในองค์กรโดยให้มีการถ่ายทอดให้ทั่วถึงบุคลากรทุกระดับ และยังอาจรวมถึงชุมชนโดยรอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย
          3) ให้มีการลงโทษผู้กระทำความผิดในประเด็นการทุจริตที่มีความเฉียบขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น การจะถ่ายทอดและปลูกฝังวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กรยังอาจจะกระทำได้โดยในกรณีที่มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบเกิดขึ้นภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่นรวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องมีการดำเนินการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเฉียบขาดและตรงไปตรงมา และหากไม่เป็นการกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของผู้ที่กระทำความผิดแล้ว การสั่งลงโทษผู้กระทำความผิดควรต้องเป็นการกระทำที่เปิดเผย และให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับทราบถึงการสั่งลงโทษผู้ที่กระทำความผิด เพื่อมิให้ผู้อื่นเห็นเป็นเยี่ยงอย่างและกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
          4) ให้ อปท. การหมั่นทบทวนถึงมาตรการหรือแนวทางต่างๆที่จะป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและมีการสื่อสารให้บุคลากรภายในองค์กรได้รับรู้ร่วมกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแบบแผนของการทุจริตย่อมมีการพัฒนารูปแบบและวิธีการไปตามแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น ผู้บริหารและผู้ที่มีบทบาทรับผิดชอบก็จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนถึงแผนหรือแนวปฏิบัติต่างๆ ให้มีความรัดกุม และสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งแผนและแนวทางเหล่านั้นจะต้องมีการถ่ายทอดให้กับบุคลากรภายในองค์กรได้รับรู้รับทราบด้วย เพื่อให้เกิดเป็นค่านิยมร่วมกันของบุคลากรภายในองค์กร
          5) จัดให้มีมาตรการส่งเสริมให้บุคลากรรวมกลุ่มเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตในองค์กร การดำเนินการในเรื่องนี้อาจเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นให้เห็นได้ง่ายนัก แต่เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมที่ยั่งยืน ผู้บริหารจำเป็นต้องกระตุ้นหรือมีมาตรการบางอย่างเพื่อให้บุคลากรรวมกลุ่มกันเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบการบริหารรวมถึงรณรงค์เรื่องความโปร่งใส เช่น ผู้บริหารอาจจัดให้มีกิจกรรมบางอย่างสำหรับกลุ่มที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ จัดให้มีโครงการศึกษาดูงานในท้องถิ่นอื่นที่มีความเป็นเลิศในเรื่องดังกล่าว เป็นต้น
          6) ให้ อปท. แต่ละแห่งสร้างมาตรการจูงใจ การให้รางวัลให้กับบุคลากรใน อปท.ที่กระทำตนเป็นแบบอย่างแก่บุคคลอื่นๆ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันหรือกับกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่ที่ดีในการตรวจสอบ หรือหามาตรการการป้องกันการทุจริตหรือสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้น
          ข้อเสนอในเชิงปฏิบัติการทีได้เสนอมาข้างต้นนี้ เป็นทางเลือกของแนวทางที่คณะผู้วิจัยเห็นว่าอาจเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สำหรับการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประเด็นนี้เป็นจุดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ดจำเป็นต้องมีการพัฒนามากที่สุด
          การชี้จุดอ่อนนี้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร เป็นการทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค้นหาแนวทางในการป้องกันและพัฒนาหน่วยงานของตนให้มีความสุจริตและโปร่งใส เพื่อจะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีขึ้นในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น