| ผู้สมัครสส.-พรรคการเมืองเฮ!กกต.ไฟเขียวผู้บริหารท้องถิ่นช่วยหาเสียงได้ |
| แนวหน้า ฉบับวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ |
| ปปช.แย้มเชือด3-5คดีสิ้นพ.ย.ทั้งสส./นักการเมืองมีหนาวแน่พปชร.จัดทัพนโยบาย3พันธกิจ'เพื่อไทย'เปิด43ขุนพลสู้ศึกใต้ฝันปักธงตามแผนแลนด์สไลด์ นายกฯเผยพร้อมร่วม ป.ป.ช.ส่งเสริมหน่วยงาน ให้มีความโปร่งใสปราบการทุจริต ย้ำเจตนาต้องการแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ยันไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการใด ลั่นทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังมีหน้าที่อยู่ ย้ำระวังตัวอย่างเต็มที่ ไม่ยุ่งเกี่ยว ประธานป.ป.ช.ปัด ชี้มูลนักการเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง แจงทำไปตามพยานหลักฐาน แย้มมีเรื่องนักการเมือง-คดีใหญ่ 3-5 เรื่อง สิ้นพฤศจิกายนนี้ กกต.ไฟเขียว "ผู้บริหาร-สมาชิกท้องถิ่น" ช่วย"ผู้สมัคร สส.-พรรคการเมือง"หาเสียงช่วง 180 วันได้ เตือนระวังใช้ "ตำแหน่งหน้าที่-ทรัพยากรรัฐ" ช่วยเหลือโดยมิชอบ รองอธิบดี สถ. ร่อนหนังสือ แจ้ง "ผู้ว่าฯ-นอภ.-อปท." ให้ทราบแนวปฏิบัติ "บิ๊กป้อม" จัดทัพ พปชร. เดินเกมรุกขับเคลื่อนนโยบาย 3 พันธกิจ "เพื่อไทย" เปิดตัว 43 ขุนพล ลงเลือกตั้ง ภาคใต้ ฝันปักธงภาคใต้ทำเป้า "แลนด์สไลด์" หวังกวาดเก้าอี้สส.ใต้มากที่สุด เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 6/2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กับพรรค ภูมิใจไทย(ภท.)เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. .... นายกฯ ต้องมีการหย่าศึกหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เป็นเรื่องของสภานะจ๊ะ" ผู้สื่อข่าว พยายามถามต่อว่า แต่เป็นปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้ายิ้มแย้ม กล่าวทักทายสื่อมวลชน "สวัสดีจ๊ะ" อย่างอารมณ์ดี นายกฯพร้อมร่วมป.ป.ช.ปราบโกง บ่ายวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธี มอบรางวัลโล่เกียรติยศ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA Awards 2022 ว่า รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อส่งเสริม หน่วยงานรัฐให้มีคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงาน การทำงานของภาครัฐ มีคนเกี่ยวข้องมาก จึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี มีเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตให้ได้มากที่สุด ไม่ให้มีเหลืออีกเลย ย้ำระวังตัวอย่างเต็มที่ ไม่ยุ่งเกี่ยว นายกฯกล่าวว่า ส่วนตัวระมัดระวัง ตนเองอย่างเต็มที่ ที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่เข้าไปก้าวล่วง ยืนยันว่าได้ดำเนินการ อย่างนี้มาโดยตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าพวกเราทุกคนจะช่วยกันทำให้ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชน ในชาติ ขณะนี้มีปัญหาเยอะพอสมควรในเรื่องของความเข้าใจ และคิดว่าทาง ป.ป.ช.ต้องรักษามาตรฐานในการปฏิบัติงาน ให้ได้ เพื่อให้เป็นภาพลักษณ์ที่ดี และ ขอให้ทุกคนรักษาความดีนี้ไว้ ทำต่อไป เรื่อยๆ ชักชวนเพื่อนฝูงพี่น้องให้ทำ ต่อไปเพื่อให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ตั้งใจทำให้โปร่งใส-ปัดเกี่ยวข้องกระบวน "ปัจจุบันปัญหาที่เป็นวิกฤตแห่งปัญหาก็เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและความขัดแย้ง ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล พยายามทำทุกเรื่อง นำมาขับเคลื่อนหลาย อย่างประชาชนอาจจะเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างหรือเข้าใจน้อย แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้ตอบรับกับกระแสสังคมและความร่วมมือต่างๆจากภายนอกประเทศพร้อมขอให้การดำเนินงานทุกอย่างดำเนินไปด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุดเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบเยอะมากในปัจจุบัน"นายกฯระบุ ทั้งย้ำอีกว่าตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง กับกระบวนการใดๆ เลย เพราะเป็นเรื่องคนละอำนาจกันอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารส่วนราชการให้โปร่งใส ให้ดีที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้ ลั่นทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังมีหน้าที่ "การที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีอาจดูยาวนาน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนิดนึงว่าผมก็อยากทำทุกอย่างด้วยเจตนาบริสุทธิ์ของผมต้องฝากเรื่องเหล่านี้ไว้กับทางป.ป.ช. ด้วยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการ ยอมรับ ให้เป็นกลไกและหน่วยงานองค์การอิสระที่ได้รับความเชื่อมั่นและ น่าเชื่อถือ อยากทำให้ทุกหน่วยงานภาครัฐดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อประเทศ สถาบันอันเป็นที่รักยิ่งและประชาชน"นายกฯย้ำ พร้อมย้ำว่าจะทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังมีหน้าที่อยู่ตรงนี้ อยากให้ทุกคนลงไปดูกฎกติกา ต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หลายอย่างข้อกฎหมายและระเบียบอาจล้าสมัย ลั่นพร้อมร่วมมือปปช.ปราบโกง ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับ ป.ป.ช.แก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ หรือที่เรียกว่าวาระของชาติ ที่นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้เกิดขึ้น "ในระดับของผมก็ระวังตัวอย่างที่สุด ในการที่จะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและอำนาจบริหาร เป็นคนละแท่งกับอำนาจ นิติบัญญัติและตุลาการ ผมพร้อมที่จะทำงานให้ถูกต้อง เป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ เพราะนั่นคือ ชีวิตผมตลอด ระยะเวลารับราชการที่ผ่านมา จะพยายาม ทำอย่างยิ่งยวดทำให้ทุกหน่วยงานนั้น เป็นหน่วยงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ ใช้งบประมาณอย่างประหยัด คุ้มค่า" ซึ่งเป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เวลาที่มีการเสนอขออนุมัติโครงการต่างๆ จะเขียนกำกับไว้ตลอด หน่วยปฏิบัติต้องรับไปดำเนินการให้ได้ตามนั้น ไม่เช่นนั้นก็จะถูกกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ" นายกฯย้ำทิ้งท้าย ปปช.แจงปัดฟิตชี้มูลใกล้เลือกตั้ง เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แกนนำกลุ่มปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ คดีทุจริตการ จัดสรรเงินอุดหนุนแก่วัดใน จ.สมุทรปราการ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงมาพิจารณาในช่วงนี้ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไต่สวนมาเป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติให้ไปไต่สวนบางประเด็นให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขารวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว และเรื่องกำลังรอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.อยู่ ซึ่งวันนี้มีเรื่องรอเข้าที่ประชุม หลายร้อยเรื่อง ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุใดต้องมาทำช่วงใกล้เลือกตั้งพล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาไปตามพยานหลักฐานอย่างแท้จริงเพราะผู้วินิจฉัยจะต้องสามารถเปิดเผย และรับผิดชอบในสิ่งที่วินิจฉัย แย้มมีคดีนักการเมือง3-5เรื่องสิ้นพ.ย. เมื่อถามว่า การพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ต้องดูช่วงเวลา หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า หัวใจสำคัญ คือ ความครบถ้วนในพยานหลักฐานมากกว่า และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเสนอขึ้นมา มีกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย เพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัย ข้อสำคัญคือ คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ เมื่อทำเสร็จ ก็อยากให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา หากเราไปดึงเขาก็จะมาร้องเรา หาว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่พิจารณา ระบบถูก ตรวจสอบกันเองอยู่แล้ว เป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่า วันนี้มีคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่จะพิจารณาอีกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า มีเรื่องสำคัญที่รอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.อยู่ 3-5 เรื่อง เป็นเรื่องใหญ่ คดีสำคัญ ซึ่งมีไทม์ไลน์เรียบร้อยแล้ว น่าจะเข้าภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ เมื่อถามว่าเป็นระดับ สส. หรือรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นระดับนักการเมืองสำคัญ เป็น คดีสำคัญแต่ยังไม่ขอเปิดเผย เมื่อถามย้ำ ว่ามีของอดีตรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่าส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ เมื่อถามว่า หากเปิดคดีออกมาอีก จะถูกกล่าวหาว่ามีการเมืองเข้ามาเอี่ยวหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ถูกถาม เป็นของธรรมดา เราก็ตอบไป คณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นอย่างนี้ ไปซ้ายก็โดนก็ไปขวาโดน อยู่เฉยๆ ก็โดน เรายิ่งต้องระวังตัว และต้องทำ ต้องหนักแน่น ทุกอย่างตอบได้ 'พีระพันธุ์'ปัดข่าว'บิ๊กตู่'เข้ารทสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงที่มีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะมาร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ก็เป็นเพียงกระแสข่าว ความจริงยังไม่มี เมื่อถามว่าอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมกับพรรคหรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณา ไม่ใช่ตนที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีการชักชวนไม่ได้พูดคุยกันเลย เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมรายชื่อแคนดิเดตนายกฯแล้วหรือยัง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ใกล้เลือกตั้งก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้เลือกตั้ง ส่วนแคมเปญในการเลือกตั้งของพรรคนั้นยังไม่ถึงเวลาประกาศเช่นเดียวกัน และถ้ามีการยุบสภาฯเรามีความพร้อมเพราะเป็นพรรคการเมือง ส่วนที่มีกระแสข่าว นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกฯที่เพิ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ จะมาร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอนายไตรรงค์ ยังไม่ได้ พูดคุย ข่าวก็เขียนกันไปตนยังไม่รู้เรื่อง กกต.ไฟเขียว ท้องถิ่นช่วยหาเสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.)ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือหารือเรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.2566 มายัง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเป็นการขอความชัดเจนว่าช่วง 180 วัน ก่อนสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ว่าผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น เลขานุการสภาท้องถิ่น ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 78 วรรคหนึ่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ที่ห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายในการช่วยเหลือ ผู้สมัครพรรคการเมืองในการหาเสียง เลือกตั้งหรือไม่ และถ้าไปช่วยผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองหาเสียงเลือกตั้ง โดยส่วนตัว มิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ นอกเวลาราชการ ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ จะสามารถทำได้หรือไม่เพียงไร ทั้งนี้ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการกกต. รักษาการแทนเลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือตอบข้อ หารือดังกล่าว กลับไปเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมาโดยระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว อาจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 78 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 ได้ หากเข้าลักษณะตามหลักเกณฑ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2543 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ไว้หมายถึง 1.ได้รับแต่งตั้ง หรือ เลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย และปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชา หรือในกำกับดูแลของรัฐ 4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย โดย ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว สามารถช่วยเหลือ ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการส่วนตัวและนอกเหนือเวลาราชการ ได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 และต้องเป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งระเบียบ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะตำแหน่งดังกล่าว สถ.แจ้งผู้ว่าฯ-นอภ.-อปท.รับทราบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายศิริวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีหนังสือแจ้ง แนวทางการปฏิบัติดังกล่าว ไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งต่อนายอำเภอทุกอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทราบ พปชร.จัดทัพรุกนโยบาย3พันธกิจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการวางนโยบายขับเคลื่อนและสานต่อ 3 พันธกิจหลัก ที่ประกอบด้วย 1.สวัสดิการประชารัฐขจัดความเหลื่อมล้ำ 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียมและ3.สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน ที่เป็นนโยบายสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคตเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ล่าสุด พรรคได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ขับเคลื่อน 3 พันธกิจ ได้แก่ คณะกรรมการด้านสวัสดิการประชารัฐ, คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจประชารัฐและคณะกรรมการด้านสังคมประชารัฐ เพื่อสานต่อนโยบาย ที่จะช่วยเหลือประชาชนคนไทยให้ครอบคลุม ได้มากที่สุด เพื่อให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่มีบริบทแตกต่างกันในด้านวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพ การขับเคลื่อนนโยบาย ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงได้เปิดให้สส.ของพรรคทุกคน ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนานโยบาย 3 พันธกิจหลัก เชื่อว่านโยบายที่ได้จะสะท้อนมาจากความต้องการและเชื่อมโยง กับประชาชนทุกพื้นที่ ทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจาก สส.ที่ทำงานมาตลอด 4 ปี จะทราบถึงความต้องการและปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ พปชร.จะจัดสัมมนา ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. โดยจะเชิญ คณะกรรมการการเลือกตั้งมาชี้แจงทำความ เข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พท.เปิดตัว43ขุนพลใต้ใน43เขต ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา ประธานสส.พรรค และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. และโฆษกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค และ น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ กลุ่มงานบริหาร พื้นที่ภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสส.ภาคใต้พรรค พท.รวม 43 คน 'ชลน่าน'มั่นใจปักธงสส.ใต้ได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเปิดตัว ผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคในพื้นที่ภาคใต้ตามเป้าหมาย แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เราต้องการสส.ทุกภาคของประเทศให้ได้มากกว่า 250 ที่นั่งขึ้นไป เรามุ่งหวังอย่างมากในภาคใต้พวกเราทุกคน เห็นโอกาสในภาคใต้ทั้งกระแสคะแนนนิยม ตัวพรรคและตัวบุคคล ซึ่งขอยืนยันว่านโยบายพรรคจะทำได้ ทำจริง เคยสำเร็จ มากแล้ว พรรคมีจุดแข็งนโยบาย เชื่อว่า พรรค พท.จะปักธงได้ ซึ่งสส.บัญชีรายชื่อ เราได้แน่นอน และจะสามารถปักธง สส.ในพื้นที่ได้ด้วย เปิดชื่อ43ผู้สมัครภาคใต้สู้ศึกลต. สำหรับรายชื่อผู้ซึ่งประสงค์ จะสมัครรับเลือกตั้ง สส.ภาคใต้ พรรค พท. จำนวน 43 คน ประกอบด้วย จ.กระบี่ 1.นายยุทธนา อ่าวลึกน้อย 2.นายสุริยา บุญทอง 3.นายกุศล วะเจดีย์ จ.ตรัง 1.นายปกิต ยอดสนิท 2.น.ส.สไบทิพย์ ลิประพันธ์ จ.ภูเก็ต 1.นายวัชรพงษ์ อนันตกูล 2.นายสนธยา หลาวหล้าง 3.นายอาวุธ หนูเชต จ.ระนอง 1.พลตรี รังสรรค์ ศิริรังษี จ.ชุมพร 1.นายเสือภูสิณ สุขปาน 2.นายไตรฤกษ์ มือสันทัด 3.นายอัชฌา แดงกนิษฐ์ จ.นครศรีธรรมราช 1.นายอนุชา ขวัญคาวิน 2.นายสมพงศ์ เสียงดี 3.นายนิติ จิตรัตน์ 4.นายวิชิตร โมสิกานนท์ 5.นายจรัญ ศรีสุข 6.น.ส.บุณฑริกา ยอดสุรางค์ จ.สุราษฎร์ธานี 1.นายณัฐดนัย หิมทอง 2.น.ส.ลีลาวัลย์ นุ้ยบุตร 3.นายสิทธิกร เกษมณี 4.นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี 5.นายสถาพร กล่อมเจริญ 6.นายโกเมท เกิดสมบัติ จ.สตูล 1.นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ 2.นายกัณภพ คงสุวัฒนะ จ.สงขลา 1.นายอรรถชาญ เชาวน์วานิชย์ และ ร.ต.ท.ชนาธิป สันติภราภพ 2.นายสามารถ เหมมัน 3.นายเกษม ทองด้วง 4. นายสะหาก หมุดตะเหล็บ และนายสวัสดิ์ หลงอะหลี 5.นายเปรม สันติชานนท์ 6.นายดัยลามี เบ็ญบาเห็ม และนายอับดุลเล๊าะ หลงหนิ 7.นายฮานาฟี หมีนเส็น 8.นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณบุบผา จ.ปัตตานี 1.นายอภิศักดิ์ หะยีมะ 2.นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง จ.นราธิวาส 1.นายสหรัฐ มุณีรัตน์ 2.นายสมพร จันทร์ชู 3.นายมูหามัดรอซากี เจ๊ะอุเซ็ง จ.ยะลา 1.นายจิรายุ เบ็ญจวงศ์ อุบเป้าแต่หวังกวาดสส.ใต้ให้มากสุด นายประเสริฐระบุว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ช่วงชิงจากหลายพรรคการเมือง จากการสำรวจความนิยมของนิด้าโพล พรรค พท.ได้รับความนิยมจากพื้นที่ภาคใต้ ดีขึ้นเป็นระยะ คนใต้ตื่นตัวทางการเมือง เราจึงมุ่งมั่นส่งผู้สมัครครบทุกเขตรวม 58 เขต เราได้ดำเนินการสรรหาว่าที่ผู้สมัคร เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพ ส่วนพรรคมุ่งหวัง จะได้สส.เขตภาคใต้จำนวนเท่าไร ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ถ้าถามพรรคเราอยากได้สส.ภาคใต้มากที่สุด เชื่อว่านโยบายพรรคตอบโจทย์พี่น้องทุกจังหวัดในภาคใต้ เพราะนโยบายของเราทำได้จริง เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวภาคใต้ต่อไป ฝ่ายค้านถล่มปมรัฐขายที่ดินต่างชาติ วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ได้มีการประชุม สภาผู้แทนราษฎร มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการ เป็นการพิจารณาการยื่นกระทู้ถามสดโดยนายสุทิน คลังแสง สส.มหาสาคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีครม.มีมติออกกฎกระทรวง เปิดช่องให้คนต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 40 ล้านบาทขึ้นไป เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถซื้อที่ดิน ในประเทศไทยได้ 1 ไร่ สร้างความวิตก ต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดิน ถึงขั้น ถูกมองเป็นกฎหมายขายชาติ อยากทราบมีความจำเป็นอย่างไรต้องมีมตินี้ออกมา รัฐบาลก่อนที่ทำมาตรการนี้ เพราะมีความจำเป็นต้องทำ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขไอเอ็มเอฟปี 2542 ที่ไปกู้เงิน ไอเอ็มเอฟมา ทำให้รัฐบาลปี 2545 ออกมาตรการให้คนต่างชาติซื้อที่ดินได้แต่เป็นการทำด้วยความรอบคอบ มีมาตรฐานทำให้มีชาวต่างชาติมาซื้อดินแค่ 7-8 ราย ควบคุมได้ผล แต่ขณะนี้มีความจำเป็นบีบบังคับอะไร ต้องออกมาตรการนี้ ถ้าอ้างเรื่องปัญหาเศรษฐกิจแสดงว่ารัฐบาลจนมุมทางเศรษฐกิจ การเงินการคลังลำบาก ต้องพึ่งเงินต่างชาติ ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้เกรงจะเกิดความไม่มั่นคง ในชาติ เนื่องจากโครงสร้างเราอ่อนแอกว่าต่างประเทศ คนไทยยอมเป็นนอมินีให้ ต่างชาติ เชื่อว่า ไม่มีใครคิดขายชาติ แต่หลายคนกังวลเป็นการขายชาติโดยไม่เจตนา 'บิ๊กป๊อก'แจงยันรบ.ไม่คิดขายชาติ ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ลุกชี้แจงแทนนายกฯการออก มาตรการนี้มาจากคณะกรรมการเศรษฐกิจเชิงรุก เพราะวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเปิดโอกาสให้คนต่างชาติมาลงทุน โดยมีแรงดึงดูดเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อให้เข้ามาลงทุนระยะยาว และมีเงื่อนไขรัดกุมกว่าเดิมในปี ไม่มีเจตนาขายชาติ คนในรัฐสภา คงไม่มีใครคิดเช่นนี้ พร้อมยกเลิกหากปชช.ไม่สบายใจ ส่วนที่เกรงคนต่างชาติจะซื้อที่ดินจำนวนมากเป็นผืนใหญ่ จะออกกฎเกณฑ์ ไม่ให้ซื้อที่ดินแปลงติดกัน ทำเป็นหมู่บ้านได้ อีกทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องนำเรื่องนี้ไปรับฟังความเห็นประชาชนก่อน เราอาจจะกำหนดให้เข้มงวดหรือยากกว่านี้ เช่นเพิ่มการลงทุนเป็น 100 ล้านบาท หรือเพิ่มเวลาลงทุนจาก 3 ปี เป็น 10 ปี แล้วส่งให้ครม.พิจารณาใหม่ หรืออาจจะล้มเลิกไปเลย ถ้าประชาชนกังวลมาก ไม่ถือว่าเสียหน้า ส่วนที่มองเป็นการจนมุมทางเศรษฐกิจนั้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่า รัฐบาลใด ไม่มีใครทำมาตรการเดียว ต้องทำ ทุกทาง ถ้าอยากได้นักท่องเที่ยว นักลงทุน ก็ต้องหาทางให้คนกลุ่มนี้เข้ามา ต้องใช้มาตรการผสมกันไปหลายอย่าง อย่าไปคิดเชิงกังวลให้มองโลกแง่ดีบ้าง ขณะที่เรื่องนอมินีนั้นไม่เกี่ยวกับการให้คนต่างชาติซื้อที่ดินต้องไปแก้กฎหมายอื่น 'สุพัฒนพงษ์'ยันไม่ใช่ก.ม.ขายชาติ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจและรมว.พลังงาน กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การพิจารณาร่างกฎกระทรวงฯการให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยที่ถูกวิจารณ์เป็นกฎหมายขายชาติว่า เรื่องนี้ไม่มีประเด็น เพราะการดำเนินการไม่ต่างไปจากหลักเกณฑ์เดิมเพียงแค่ระยะเวลาเท่านั้นเอง โดยคนที่เราอยากให้ได้รับสิทธิเพื่อให้เข้ามาพำนักใน ประเทศมี 4 กลุ่ม ยืนยันว่าร่างกฎกระทรวงนี้ ไม่น่าจะเป็นการขายชาติ เพราะถ้าขายชาติ ก็มาตั้งแต่ปี'42 แล้ว ตั้งแต่การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผ่านมา สื่อก็ไม่ทราบและปี'45 ก็มีการประกาศออกกฎเกณฑ์ซึ่งค่อนข้างจะเปิดกว้างมากกว่านี้ด้วยซ้ำไป ใครก็ได้ ต่างด้าวประเภทไหนก็ได้และมีระยะเวลาเพียงแค่สั้นๆ และมีการลงทุนกว้างๆ ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เราจะเอาหลักเกณฑ์หลักนี้ประกบคู่กับบุคลากรที่มีคุณภาพ ที่สนใจและอยากมาพำนักอยู่ในประเทศไทย และครอบครองที่ดินได้ ถือเป็นแรงดึงดูดประการหนึ่ง ซึ่งประเทศอื่นเขาก็ทำกัน และเราก็เป็นประเทศส่วนน้อยเสียด้วยซ้ำไป และของเราก็เข้มงวดกว่าประเทศ ดังกล่าวในข้างต้นเยอะ 'พี่ศรี'ฟ้องครม.ปมให้ต่างชาติซื้อที่ดิน ที่ศาลปกครองสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นฟ้องคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีรัฐบาลแก้กฎหมายให้ต่างชาติถือครองที่ดิน เป็นมติอัปยศ ไร้ความสามารถหารายได้เข้าประเทศ เป็นเรื่องใหญ่ และอาจขัดรัฐธรรมนูญ เรียกร้อง ทำประชามติก่อน "การฟ้องศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้ มีคำขอท้ายคำฟ้องคือขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเพิกถอนกฎหรือคำสั่งหรือสั่งห้ามการนำร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ....ไปใช้ใดๆ และยังได้ขอให้ศาลทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองโดยให้ชะลอหรือระงับการดำเนินการใดๆ ตามกฎหรือมติดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ก่อนศาลจะมีคำพิพากษา"นายศรีสุวรรณย้ำ |