กระจายอำนาจ-สร้างความเข้มแข็ง/นักธุรกิจพัทยาขอเน้นการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ นครราชสีมา : ดร.กิติพงศ์พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด(กทจ.) นครราชสีมา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกี่ยวกับเทศบาลทุกระดับใน จ.นครราชสีมารวมทั้งสิ้น 90 แห่ง เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีพรรคเพื่อไทย (พท.)ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีฝากถึงประเด็นแรกคือการกระจายอำนาจเกี่ยวกับภารกิจและงบยังน้อยควรปรับเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจนเกี่ยวกับ พ.ร.บ และการโยกย้ายรวมทั้งดูแลปัญหาเศรษฐกิจ ท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือแก้ปัญหาด้วยตัวเองสิ่งเหล่านี้จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น ดร.กิติพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เคส ต.โพธิ์กลาง ยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิทำให้เก็บภาษีได้น้อย ขอให้รัฐบาลเร่งรัดสิ่งเหล่านี้ จากการพูดคุยกับเพื่อนผู้บริหารและพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลเป็นพรรคก้าวไกลและ พท. ที่มีความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายกระจายอำนาจและผู้ว่ามาจากการเลืองตั้งจะพอใจมาก เมื่อเป็นพรรคภูมิใจไทย ดูแลรับผิดชอบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยังไม่มีนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ภาพรวมจึงพอใจในระดับหนึ่ง ด้านนายบุญอนันต์ พัฒนสินนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาด้วยความที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เน้นการเดินนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ จึงอยากร้องขอให้มีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบโดยเน้นเอาการท่องเที่ยวมาเป็นแผนงานหลักในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้มากขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ หลังจากต้องประสบกับภาวะฝืดเคืองมานาน ทั้งนี้ก็อยากให้เอาหัวเมืองหลักหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมาสร้างและกระตุ้นความสนใจใหม่โดยเมืองพัทยาพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
| อปท.จี้กระจายอำนาจ ทวงจัดเพิ่ม'งบท้องถิ่น' | | มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ | | 3จว.รุกรบ.ใหม่เร่งมือ พยาบาลจ่อถกชลน่าน แก้'งานหนัก-เงินน้อย' เครือข่ายบุคลากรการแพทย์ผิดหวังโผ ครม.'พท.'คุม สธ. ชี้ไร้นโยบายดูแลคนสาธารณสุข เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม น.ส.สุวิมล นัมคณิสรณ์ ตัวแทนสหภาพพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล และตัวแทนกลุ่ม Nurses Connect รวมตัวกันในฐานะตัวแทนเครือข่ายสหภาพบุคลากรทางการแพทย์ ให้สัมภาษณ์การจัดสรรบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่ ว่า กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จากการหารือกับกลุ่มสมาชิกต่างรู้สึกผิดหวัง เนื่องจากในช่วงหาเสียงพรรค พท.ไม่ได้มีนโยบายในการดูแลบุคลากรสาธารณสุข ทำให้ไม่เห็นภาพว่าบุคลากรสาธารณสุขจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในกลุ่มสมาชิกจึงมีข้อสรุปว่า หากมีรัฐมนตรีว่าการ สธ. ชัดเจนแล้ว คงต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องมีการพูดคุยกันถึงปัญหาต่างๆ ทั้งชั่วโมงการทำงานของแพทย์ ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ของบุคลากรสาธารณสุข น.ส.สุวิมลกล่าวว่า ปัญหาของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เพราะหากสูญเสียกำลังคนมากกว่านี้ ก็จะไม่เหลือคนทำงานในระบบ จะส่งผลกระทบต่อการบริการประชาชน "แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลและตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ เราคาดหวัง เราก็จะต้องนำปัญหาไปพูดคุยกับรัฐบาลชุดนี้เพื่อเร่งแก้ไข ที่ผ่านมาเราได้เข้าไปพูดคุยกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านแรงงานของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถึงข้อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหา แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าพรรค ก.ก.จะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน" น.ส.สุวิมลกล่าว น.ส.สุวิมลกล่าวอีกว่า ปัญหาของบุคลากรการแพทย์ที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน คือ 1.ชั่วโมงการทำงานของแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรสาธารณสุข ที่ปัจจุบันทำงานเกิน 80-100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถือเป็นภาระงานที่หนักและกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต จึงเห็นว่าชั่วโมงการทำงานไม่ควรเกิน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 2.ค่าตอบแทนที่แม้จะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อภาระงาน และ 3.การรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ ซึ่งอยากทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานี้กับพรรคการเมืองที่จะเข้ามาดูแล สธ. ส่วนกรณี 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จะส่งตัวแทนเข้าพบรัฐบาลชุดใหม่ เสนอข้อเรียกร้องการ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งเรื่องภารกิจและงบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นสนองตอบความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว หาก อปท.ร่วมมือกันเรียกร้องจะเป็นพลังที่ชัดเจน โดย อปท.มีความกังวลเรื่องงบประมาณในปี 2567 ว่า จะถูกลดงบประมาณไปใช้ในนโยบายเงินเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ต้องใช้เงินสูงถึง 6 แสนล้านบาท หากรัฐบาลใหม่เกิดโยกงบของท้องถิ่นไป จะส่งผลกระทบอย่างมากในการดูแลประชาชน ขณะที่ จ.ตรัง ยังมีปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมปีละ 2 ครั้ง ปัญหาภัยจากคลื่นลม สินค้าเกษตรยางและปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำ ประชาชนก็อยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะท้องถิ่นขนาดเล็กหลังจากจ่ายงบประมาณที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำมัน เงินเดือน ค่าไฟฟ้า จะเหลือเงินไม่เพียงพอต่อการพัฒนาด้านอื่นๆ "ส่วนเรื่องกระแสว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คิดว่าเป็นเรื่องดีเพราะนายอนุทินรู้ปัญหาระดับล่างดี เป็นนักการเมืองที่รู้ความต้องการของพื้นที่ และนายเนวิน ชิดชอบ ก็ถือได้ว่าเป็นครูใหญ่ของพรรคภูมิไทยก็ย่อมรู้ปัญหาของท้องถิ่นดีเช่นเดียวกัน" นายบุ่นเล้งกล่าว นายธรรมฤทธิ์ เขาบาท นายก อบต.บ่อหิน จ.ตรัง กล่าวว่า อบต.เป็นองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในท้องถิ่นมีจำนวนมาก แม้มี พ.ร.บ.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นแต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงมหาดไทย ยังยึดติดอยู่กับกรอบแนวทางการพัฒนาเดิม จะเห็นว่างบประมาณที่กฎหมายกำหนดต้องจัดสรรให้กับท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 35% แต่ปัจจุบันได้รับจริงแค่ 27-28% เท่านั้น ถูกใช้จ่ายไปกับโครงการนมโรงเรียน อาหารกลางวัน เบี้ยผู้สูงอายุ ก็เป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังมองว่ากรอบการพัฒนาต้องขึ้นอยู่กับส่วนกลาง ที่มีการกำหนดหมวดไว้ชัดเจน เช่น ด้านกีฬา ด้านการศึกษา ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านนวัตกรรม ท้องถิ่นไหนส่งโครงการเข้าไปตรงกรอบโครงการที่กรมกำหนด ก็จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งในความเป็น จริงควรให้ความเป็นอิสระต่อท้องถิ่น เพราะปัญหาของแต่ละท้องถิ่นจำเป็นเร่งด่วนแตกต่างกันไป อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยด้วย" นายธรรมฤทธิ์กล่าว นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และนายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า อยากจะฝากรัฐบาลใหม่ในเรื่องการกระจายอำนาจให้กับ อปท. ถือเป็นเรื่องหลักเพื่อพัฒนาการท้องถิ่น รวมถึงด้านงบประมาณที่จะนำเพื่อพัฒนาได้ตรงเป้าหมายความของประชาชนต่อไป "ต้องยอมรับว่าท้องถิ่นมีอยู่ประมาณ 7,000 แห่ง เหมือนรากหญ้าหรือต้นธารของทุกเรื่องในการปกครองประเทศ เพราะอยู่กับปัญหา อยู่กับพื้นที่ คนท้องถิ่นเอาจริงเอาจัง มีความโปร่งใส และมีความจริงใจที่จะทำงานให้สำเร็จ อยากฝากกับรัฐบาลใหม่ไว้ประมาณนี้คือเรื่องการกระจายอำนาจและเรื่องงบประมาณ" นายบุญชูกล่าว นายนพดล ณ เชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ ในฐานะนายกสมาคม อบต. แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการหารือ ระหว่าง 3 สมาคม อปท. เพื่อนำข้อเสนอต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย คงต้องรอ ให้มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยก่อน โดยข้อเสนอที่เตรียมไว้ยังยึด ร่างข้อเสนอเดิมที่เคยยื่นต่อพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้ อาทิ การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น, ปรับโครงสร้างยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาล ไม่ใช่พิจารณาตามเกณฑ์รายได้และประชากร, ปรับเพิ่มฐานภาษีของ อบต. เช่น ภาษีโรงงาน, อปท.ต้องมีโครงสร้างของท้องถิ่น ระดับชาติ เช่น การตั้งสภาท้องถิ่นแห่งชาติ |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น