| '3ท้องถิ่น'เตรียมส่ง ตัวแทนพบ'รบ.ใหม่' ทวงกระจายอำนาจ เล็งขอเพิ่ม'งบ-คน' |
| มติชน ฉบับวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ |
| 3 สมาคม อปท.เร่งถกชงข้อเสนอ'เศรษฐา' กระจายอำนาจท้องถิ่น-เพิ่มงบอุดหนุน ห่วงจัดเก็บภาษีเหลื่อมล้ำ ท้องถิ่นชงกระจายอำนาจ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายนพดล ณ เชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 28 สิงหาคมนี้ จะหารือร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอของ 3 สมาคม ให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พิจารณาผลักดัน จะต้องรอข้อสรุปว่าข้อเสนอจะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยร่างไว้และเสนอให้พรรคก้าวไกลไปก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่ประเด็นหลักคงเป็นเรื่องการกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่น เชื่อมโยงกับการพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง เพราะปัจจุบันมีการดึงอำนาจกลับไปยังส่วนกลางเกือบทั้งหมด "รัฐธรรมนูญปี 2540 ท้องถิ่นมีอำนาจมาก แต่ปัจจุบันถูกลดบทบาทลง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงพยายามผลักดันให้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างคล่องตัว แก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้ก้าวหน้า และยังมีเรื่องการขอรับงบประมาณอุดหนุน อปท.เพิ่มเติม การสรรหาบุคลากรของท้องถิ่นที่ขาดแคลนมาก เพราะติดขัดระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ" นายนพดลกล่าว วอนมท.สานต่อนโยบาย นายกิตติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ต่างเฝ้าจับตาว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกังวลใจว่า นโยบายการกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น ที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเคยร่วมทำเอ็มโอยูไว้ จะได้รับการสานต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยเตรียมที่จะส่งตัวแทนเข้าหารือกับนายเศรษฐา ซึ่งต้องรอความชัดเจนหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนทราบว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน ทั้งนี้ ยืนยันว่านโยบายการกระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจาก อปท.จะรู้ปัญหาในพื้นที่มากกว่าส่วนกลาง การจะกำหนดนโยบายอะไรจากส่วนกลางย่อมไม่ตรงจุดเท่าคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันมาก ถ้าให้ อปท.เป็นผู้จัดสรรงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาจะตรงจุด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนเรื่องของการจัดเก็บภาษีในแต่ละท้องถิ่นยังมีความเหลื่อมล้ำกันมาก พื้นที่ใดอยู่ในเขตเศรษฐกิจก็จะเก็บภาษีได้มากกว่าพื้นที่ที่ทำการเกษตร ดังนั้น อปท.ทั่วประเทศจึงมีการเรียกร้องให้มีการกระจาย อำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่นมาโดยตลอด จึงหวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่จะให้ความสำคัญ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น