วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

'โรคจิต'รับราชการ

 

'โรคจิต'รับราชการ  
ข่าวสด  ฉบับวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖
          ยกเลิกข้อห้ามเพื่อสอดรับรธน.ครม.อนุมติ'กพ.'
          ไฟเขียว'ก.พ.'แก้กฎ เลิกห้ามโรคจิต-โรคอารมณ์ผิดปกติรับราชการ ครม.มีมติยกเลิกเป็นโรคต้องห้าม โดยให้ยกเลิกข้อความที่กำหนด ห้ามผู้ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรง หรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ออก เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนโรคต้องห้ามอื่นยังคงเดิม มีผลหลังประกาศในราชกิจจาฯ ครบ 60 วัน
          เมื่อวันที่ 18 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อเสนอแนะต่อสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เกี่ยวกับร่างกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ถึงการกำหนดโรคอันเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ โดยเพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ อาจทำให้เไกิดความเข้าใจผิดว่าบุคคลที่ป่วยโรคดังกล่าวไม่มีความสามารถในการทำงานใดๆ และอาจเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน
          ส่วนโรคอันเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการของบุคคล ตามที่กำหนดในร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ฉบับนี้ ยังคงเดิม ไเด้แก่ (1)โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการโป็นที่รังเกียจแก่สังคม (2)โรคติดยาเสพติดให้โทษ (3)โรคพิษสุราเรื้อรัง (4)โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ พร้อมกำหนดวิธีการตรวจโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. กำหนด
          ทั้งนี้ร่างกฎ ก.พ. จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น