| 3องค์กรท้องถิ่นเคลื่อน ผนึกจี้ลดดีกรีกำกับเข้ม |
| มติชน ฉบับวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ |
| ขอส่วนกลางคายอำนาจ เตือนอย่าหักดิบเลือกผู้ว่า ชี้ถ้าปรับตัวไม่ทันเสี่ยงวุ่น นายกสมาคม อบต.เผย 3 สมาคมท้องถิ่น นัดถก วางแผนขับเคลื่อนงานรับรัฐบาลใหม่ ปลื้มนโยบายเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป สหกรณ์จี้รบ.ใหม่รื้อกฎ-ระเบียบ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายชัยวิเศษ ดีสุวรรณ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรสันป่าตองจำกัด อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เผยนโยบายพรรคก้าวไกล (ก.ก.) 100 วัน ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่าการจัดตั้งสหกรณ์มี 7-8 ประเภท แต่ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจ บริการสมาชิกแต่ละประเภท ส่งผลให้การบริหารจัดการไม่คล่องตัว มีอุปสรรค ข้อจำกัดบางเรื่อง ดังนั้น อยากให้ยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ หรือแก้กฎหมายบางมาตรา ยกเลิกคำสั่งนายทะเบียน หรือกฎระเบียบของกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยเฉพาะการยกเลิกคำสั่ง หรือระเบียบฝากเงินในสหกรณ์อื่น ที่ให้สหกรณ์ที่นำเงินไปฝากต้องสำรองหนี้ในบัญชีสหกรณ์ ทำให้การจัดทำงบดุลและรายงานฐานะการเงินสหกรณ์ไม่ตรงข้อเท็จจริง กระทบต่อสภาพคล่องสหกรณ์ได้ ที่สำคัญไม่สามารถช่วยเหลือสหกรณ์อื่นได้ ตามหลักการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อสหกรณ์มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ชี้ลดอุปสรรค-เพิ่มประสิทธิภาพ "รัฐบาลใหม่ควรแก้กฎหมายเพื่อลดอุปสรรคข้อจำกัดดังกล่าว พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการสหกรณ์ให้เป็นที่พึ่งสมาชิกโดยเฉพาะการยกฐานะสหกรณ์การเกษตรเป็นสถาบันการเงิน เพื่อบริการสมาชิกแบบครบวงจร พร้อมขยายและต่อ ยอดธุรกิจการผลิต แปรรูป และตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออกไปยังต่างประเทศ ที่สำคัญการส่งเสริมสหกรณ์ต้องเป็นไปในลักษณะให้คำปรึกษาแนะนำ ช่วยเหลือ เยียวยาสหกรณ์ มากกว่าการออกกฎระเบียบ คำสั่ง เพื่อควบคุมอย่างเข้มงวดจนจำกัดสิทธิและขัดขวางการบริหารจัดการสหกรณ์มากเกินไป" ประธานสหกรณ์กล่าว แนะร่างกม.แบ่งประเภทให้ชัด นายชัยวิเศษกล่าวอีกว่า ถ้ายกร่างกฎหมายใหม่ หรือแก้กฎหมายสหกรณ์ต้องแบ่งประเภทให้ชัดเจน อาทิ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ เพื่อให้สอดคล้องสหกรณ์แต่ละประเภท เพื่อขยาย ต่อยอดกิจการ และสร้างความเข้มแข็งได้ ถ้าใช้กฎหมายฉบับเดียวกันไม่สามารถพัฒนาให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้แก้วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสหกรณ์ครั้งละ 2 ปี ไม่เกิน 2 สมัย หรือ 4 ปี เป็นครั้งละ 4 ปี ไม่เกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี เพื่อความต่อเนื่องสหกรณ์ เนื่องจากหาคณะกรรมการเข้ามาบริหารสหกรณ์ได้ยากขึ้น ส่วนสหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด มีสมาชิกกว่า 7,000 ครอบครัว ครอบคลุม 3 อำเภอคือ อ.สันป่าตอง อ.แม่วาง อ.ดอยหล่อ มีสมาชิกสมทบและผู้ใช้บริการอีก 10,000 ราย รวมกว่า 17,000 ราย มีการดำเนินธุรกิจการเกษตรแบบครบวงจร มีเงินทุนหมุนเวียนรวมกว่า 1,200 ล้านบาท นายกสันนิบาตหนุนปลดล็อก นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายของแกนนำรัฐบาลคือ พรรค ก.ก.ได้พูดไว้ก่อนในช่วงหาเสียง หรือแม้การกระทำและยื่นการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปลดล็อกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คิดว่าคือสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการ คืออันดับแรกเรื่องการ กระจายอำนาจบริบทของแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้น หลักในการกระจาย อำนาจคือต้องให้ความเป็นอิสระกับท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่นั้น ความต้องการ ปัญหาต่างๆ หรือหลักในการพัฒนาของแต่ละท้องถิ่นย่อมแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้น เมื่อท้องถิ่นมีความเป็นอิสระจะเกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการแนวทางจะต้องทบทวนเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายต่างๆ ที่บางฉบับรวมทั้งระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ใช้มาอย่างยาวนานไม่ได้มีการแก้ไข เคลียร์คำว่ากำกับอปท.แค่ไหน นายสมชายกล่าวว่า อีกส่วนหนึ่งเรื่องของคำว่า การกำกับดูแลในปัจจุบันนี้ การกำกับดูแลจะออกไปในทิศทางที่จะใช้คำว่าควบคุมและกำกับดูแลมากกว่า ไม่ใช่กำกับดูแลอย่างเดียว เพราะฉะนั้น อันดับแรกเลยที่รัฐบาลใหม่จะต้องทำจะฝากไปถึงส่วนกลางกำกับดูแลโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย (มท.) กำกับดูแลท้องถิ่นกับความเข้าใจว่าความหมายของคำว่ากำกับดูแลขอบเขตมันขนาดไหนในส่วนของ อปท. อยากจะบอกว่าในการควบคุมกำกับดูแลนี้อยากให้เป็นส่วนของในภาคประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งผู้แทนของเขาเข้ามาดูแลในท้องถิ่น โดยให้แต่ละท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ผลงานต่างๆ ให้กับพ่อแม่พี่น้อง ถ้าผิดพลาดองค์กรที่สามารถถ่วงดุลอำนาจของท้องถิ่นคือศาลปกครอง ศาลปกครองจะเป็นผู้ตัดสินสิ่งที่ท้องถิ่นทำนั้นอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ในบทบาทหรือไม่ วอนแก้เรื่องจัดเก็บ-หารายได้ นายสมชายกล่าวว่า ส่วนเรื่องการกระจายรายได้ภาษีต่างๆ เคยพูดไปหลายครั้งแล้วเรื่องการกระจายรายได้ให้กับท้องถิ่นที่จะสามารถบริหารจัดการดูแลตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันภาษีที่รัฐบาลกลางจัดสรรให้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดสรรให้เพียง 1 ต่อ 9 ถ้ามีการปรับเป็น 2 ต่อ 8 คิดว่ารายได้ของท้องถิ่นจะมีเพิ่มขึ้น และสามารถที่จะบริหารจัดการในแต่ละท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น จะตรงกับปัญหาต่างๆ ที่ท้องถิ่นได้รับและสอดคล้องกับเป้าหมายในพื้นที่ อยากให้มีการแก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นให้ท้องถิ่นสามารถหารายได้เพิ่มด้วยตัวของท้องถิ่นเอง ไม่ใช่จะรอแต่การจัดสรรจากส่วนกลางอย่างเดียว เช่น เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้สามารถร่วมกับเอกชนได้ ในการพัฒนาท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นนั้นโดยทำในสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์กับท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน หรือการว่าจ้างเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการท้องถิ่น "เรื่องรูปแบบพิเศษยกตัวอย่างเมืองท่องเที่ยวอย่างสมุย หรือ จ.ภูเก็ต เป็นรูปแบบเมืองพิเศษ เน้นเรื่องการท่องเที่ยว หรือรูปแบบพิเศษเน้นเรื่องโลจิสติกส์ทางน้ำอย่างแหลมฉบัง เป็นต้น และรวมไปถึงเมืองชายแดนที่สามารถยกรูปแบบเป็นเมืองพิเศษได้ จะสามารถดูแลพื้นที่ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาอุปสรรคในปัจจุบันนี้การบริหารงานบุคคลซึ่งอำนาจถูกดึงกลับเข้าไปไว้ที่ส่วนกลาง คงจะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบให้อำนาจนั้นกลับเข้ามาอยู่ในส่วนของท้องถิ่นเหมือนเดิม โดยส่วนกลางมีหน้าที่ออกระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ เป็นต้น ในส่วนนโยบายที่เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯโดยตรงของแต่ละจังหวัดในความคิดโดยส่วนตัวขอแสดงความคิดเห็นในจุดนี้ คิดว่าน่าจะมองพื้นที่จังหวัดไหนที่มีความพร้อมมากกว่า และก็ทำแบบกรุงเทพฯ จังหวัดไหนที่ยังไม่มีความพร้อมต้องค่อยๆ ทำไป" นายสมชายกล่าว นายกอบต.หวังกระจายอำนาจ ขณะที่ ผศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีความคาดหวังไว้สูงมากเกี่ยวกับเรื่องการบริหารงานท้องถิ่น เพราะว่านโยบายของรัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญเรื่องท้องถิ่นมากๆ โดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจทางท้องถิ่นเองมีการติดตามและร้องขอไปยังทุกๆ รัฐบาล ทุกวิถีทางเกี่ยวกับเรื่องกายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน วันนี้ได้เห็นนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากพรรค ก.ก. มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง เรื่องการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น เรื่องการลดบทบาทของส่วนกลางลง ลดบทบาทของภูมิภาคลง และหันมาให้อำนาจสู่ท้องถิ่นบริหารจัดการ หรือว่าจังหวัดจัดการตนเอง ดังนั้น มีความมั่นใจที่เห็นนโยบายแล้วจะทำได้ ขอให้ใช้ไม้อ่อน-เน้นพูดคุย "ฝากทางรัฐบาลใหม่ว่าเหมือนนโยบายออกมาเป็นแบบนี้ ขอให้มีกำลังใจในการที่จะทำงานต่อไป อย่าท้ออย่าถอยเพราะต่อไปจะสู้กับระบบราชการที่มันใหญ่มาก ประกอบกับปัญญามีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทำคือบางครั้งของแข็งๆ ต้องใช้ไม้อ่อนบ้าง รวมไปถึงการพูดการคุย ผมมองว่าการเจรจาประสานงานจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ แต่ถ้ามาทำงานในลักษณะที่มองเป้าหมายอย่างเดียวชนิดทะลุปรุโปร่ง ต้องระมัดระวังเนื่องจากเงินและงบประมาณอยู่ในมือของผู้ที่มีอำนาจ เมื่อเขาจะเสียอำนาจไปในตรงนี้รัฐบาลใหม่ต้องคิด และในเมื่อเขาสูญเสียอำนาจไปรัฐบาลใหม่มีอะไรทดแทนให้กับบุคคลเหล่านี้ ผมมองว่าจะต้องมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ในเมื่อลดบทบาทของเขาไป และรัฐบาลใหม่จะเพิ่มอะไรให้เขา จะทำให้สังคมไปกันได้ แต่ถ้าคิดว่าจะเอานโยบายเพื่อมาแก้ปัญหาแล้วฟันให้ราบคาบ ผมว่าสังคมจะไปไม่ได้ ก็เน้นย้ำจะฝากรัฐบาลรุ่นใหม่" นายกสมาคม อบต.กล่าว 3องค์กรท้องถิ่นถกขับเคลื่อน ผศ.วิระศักดิ์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณรัฐบาลใหม่ที่เชิญทั้ง 3 สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย อบต.แห่งประเทศไทย ที่จะมาปรึกษาหารือกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ที่จะมีการพูดคุยของท้องถิ่นว่ามีการขับเคลื่อนกันอย่างไร มองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ขอขอบคุณกับรัฐบาลใหม่ที่เห็นความสำคัญของท้องถิ่น เป็นรัฐบาลชุดแรกที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือที่เรียกว่าจังหวัดจัดการตนเอง คิดว่าแนวทางนั้นถูกต้องแล้ว แต่ว่าต้องเอาจังหวัดที่มีความพร้อมก่อนดีกว่า อย่างเช่น จังหวัดท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตเอง หรือทางภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ จะต้องมีอำนาจในการบริหารจัดการของเขาเอง มีอำนาจในการออกกฎหมาย มีอำนาจในการบริหารการเงิน บริหารการคลัง อะไรที่ติดขัดจะอยู่ในอำนาจของจังหวัดนั้น มองว่าค่อยเป็นค่อยไป อาจจะทำไปภาคและจังหวัดก็ได้สำหรับจังหวัดที่มีความพร้อม ถ้าคิดจะทำแบบหักดิบกันเลยมองว่าคนที่ทำงานอยู่เขาจะคิดอย่างไร แล้วเขาจะทำตัวอย่างไร โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน นายอำเภอปัจจุบัน จะทำยังไง ระบบส่วนภูมิภาคที่เขาอยู่เขาจะทำอย่างไร อย่าลืมระบบราชการนี้ใหญ่มาก 3 ล้านกว่าคน ฝากคิด โคราชฝากดูแลปากท้อง ที่ จ.นครราชสีมา นายบุญมา ฟูกสันเทียะ อายุ 66 ปี ชาวบ้านหนองระเวียง ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า อยากให้ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่มองในเรื่องปากท้องของประชาชนกลุ่ม ผู้ใช้แรงงานระดับล่างก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะตกงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานรับจ้างทั่วไป เนื่องจากในปัจจุบันนี้เครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรเริ่มเข้ามาแทนที่แรงงานคน ทำให้คนที่ใช้แรงงานรับจ้างเริ่มตกงานไม่มีงานทำ จึงอยากให้ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ดูเรื่องปากท้องของประชาชนก่อน อย่าเพิ่งไปถกเถียงกันในการยกเลิกมาตรา 112 |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น