| รายงานพิเศษ: ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อน 'ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน' |
| มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ |
| ครบทุกครัวเรือน 100% ตั้งเป้าลดขยะที่ต้นทาง-ลดภาระงบประมาณของท้องถิ่น ในการจัดการขยะ-สร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต แผนปฏิบัติการจังหวัด สะอาดนายสุทธิพงษ์ ผลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาไทย เปิดเผยว่า รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะ ของประเทศซึ่งสะสมมาอย่างยาวนาน ระยะแรก กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นได้ริเริ่มแก้ไขปัญหาผ่านการขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน "จังหวัดสะอาด" มุ่งเน้นการจัดการขยะที่ต้นทาง คือ การ ลดและคัดแยกขยะ โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สร้างขยะให้ร่วมรับผิดชอบในการจัดการขยะ ตามหลัก 3Rs หรือ 3% ประกอบด้วย Reduce (ใช้น้อย) Reuse (ใช้ซ้ำ) Recycle (นำกลับใช้ใหม่) แผนปฏิบัติการจังหวัดสะอาด นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เช่น ในด้านการบริหารจัดการ มีการออกข้อบัญญัติ/ เทศบัญญัติการจัดการขยะมูลฝอย การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและ มูลฝอยระดับจังหวัดและอำเภอ การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในด้านการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ 3Rs แบบปูพรมในทุกพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและเป็น รูปธรรม เช่น ธนาคารคัดแยกขยะรีไซเคิล ผ้าป่าขยะรีไซเคิล และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.)กิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดขยะที่ต้นทาง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการเก็บรวบรวมและขนส่งขยะมูลฝอย เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ไปจนถึง การรวมกลุ่มพื้นที่เพื่อกำจัดขยะมูลฝอย (Cluster) และสนับสนุนการกำจัดขยะมูลฝอยด้วยเทคโนโลยีเหมาะสม จุดเริ่มต้น "ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน" จดเปลี่ยนของการบริหารจัดการขยะเริ่มต้น อีกครั้งในปี 2562 เมื่อนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในเวลานั้นและ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานชมรม แม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรม ราชินูปถัมภ์ ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ ถังขยะเปียก ลดโลกร้อนขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจนสามารถขึ้นทะเบียนโครงการภายใต้มาตรฐาน T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction) ได้สำเร็จ ในปี 2562 การจัดทำถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ได้รับการรณรงค์ผ่านแนวคิด "ผู้นำต้องทำก่อน" โดยเริ่มจากจวนของผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และ ขยายผลไปยังส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด อปท. ครัวเรือนของผู้นำท้องถิ่นสำคัญ ที่สุดคือ ครัวเรือนของพี่น้องประชาชน ทำให้สามารถติดตั้งถังขยะเปียกได้ถึง 10.5 ล้าน ครัวเรือนในช่วงเวลาดังกล่าว ทุกจังหวัด ทุกท้องถิ่น ได้รวมพลังขับเคลื่อนจนทำให้การจัดทำถังขยะเปียก เป็นที่แพร่หลาย ประเมินกันว่า หากโครงการ ดำเนินการได้ 100% ถังขยะเปียกจะช่วยลด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการเกิดภาวะโลกร้อน ได้กว่า 5 แสนตัน/ต่อปี ซึ่งเปรียบเสมือนการปลูก ต้นไม้ได้ 1,000 ล้านต้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การขับเคลื่อนโครงการ ประสบความสำเร็จ คือ "การใช้พลังสตรีหรือพลังแม่บ้านสร้างการเปลี่ยนแปลงในครัวเรือนซึ่งเป็นแนวคิดของ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซึ่งเห็นว่าแม่บ้านเป็นผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดกับการจัดการ ขยะในครัวเรือน จึงมีบทบาทในการสร้างการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในครัวเรือน โดยลงมือคัดแยกขยะเศษอาหารหรือขยะเปียกออกจาก ขยะทั่วไป และจัดทำถังขยะเปียกไว้ใช้ในครัวเรือน คู่ขนานกับการจัดทำถังขยะเปียกคือการดำเนิน โครงการวิจัยการประเมินอัตราการเกิดขยะ เศษอาหารและการขึ้นทะเบียนรับรองโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจจากการจัดการ ขยะเศษอาหารโดยใช้ถังขยะเปียกครัวเรือน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่นำโดย ศ.ดร. โดย ชนาธิป ผาริโน อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การริเริ่มโครงการในปี 2562 ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนการดำเนินงานตาม งานนโยบายให้ประเทศไทยสามารถจัดการปัญหา ขยะต้นทางได้สำเร็จ และบรรลุเป้าหมายในการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ในอนาคต ศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้วิจัย เล่าถึงประโยชน์ของถังขยะเปียก ลดโลกร้อนไว้ อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ (1) ลดปริมาณขยะต้นทาง และทำให้เกิดสุขอนามัยที่ดี (2) ลดการปนเปื้อนของ ขยะเปียกกับเศษวัสดุและของเหลือใช้อื่นๆ ทำให้สะอาดและสะดวกต่อการคัดแยก ไปจนถึงลด ปริมาณขยะในชุมชน (3) เพิ่มเพิ่มรายรายได้จากการแยกขยะที่ไม่ปนเปื้อนออกไปขายที่ธนาคารขยะ (4) ลดภาระทางบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเก็บขนและบริหารจัดการขยะ ทำให้สามารถ นำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในด้านอื่นๆ ที่มีความ จำเป็นมากกว่า (5) ได้สารบำรุงดินหรือปุ๋ยหมักไว้ ใช้ในครัวเรือน ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้มีพืชผักที่ปลอดภัยไว้รับประทานในครัวเรือน ลดรายจ่ายหรือสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง (6) ลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gasesสู่ ชั้นบรรยากาศจากการจัดการขยะต้นทางจนลดการ เกิดก๊าซเรือนกระจกในการจัดการปลายทาง ที่หลุมฝังกลบและ (7) มีรายได้จากการขายคาร์บอน เครดิตภาคสมัครใจกลับคืนสู่ท้องถิ่น จากถังขยะเปียก ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นายสุทธิ จุลเจริญ เปิดเผยอีกว่า ในปี 2565 ต่อเนื่องไปถึงปีเปิดหน้า กระทรวงมหาดไทย นำโดยนายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมมือกับ ทุกจังหวัด ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ภาคีเครือข่ายในทุกพื้นที่ ตั้งเป้าหมายจัดทำถัง ขยะเปียก ลดโลกร้อนให้ครบทุกครัวเรือนภายใน เดือนธันวาคม 2565 และขณะนี้อยู่ในขั้นตอน การดำเนินการรับรองก๊าซเรือนกระจก โดยมีกระบวนการดำเนินงานให้มีการทวนสอบจากคณะผู้ประเมินภายนอก (Validation and Venication Body : VVB) ใน 4 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วยจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเลย จังหวัดลำพูน และจังหวัดอำนาจเจริญ "จากผลการทวนสอบ พี่น้องประชาชนมีการดำเนินการติดตั้งและใช้ขยะเปียก ลดโลกร้อนในชีวิตประจำวันครบทุกครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีการปลูกผัก รักษ์โลก โดยใช้สารบำรุงดิน จากการทำถังขยะเปียก ซึ่งพี่น้องประชาชนเล่าว่า สารบำรุงดินจากถังขยะเปียกช่วยเป็นปุ๋ยอย่างดี ให้กับพืชผักสวนครัว โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย เหมาะสมกับการ เจริญเติบโตของพืชผักสวนครัว และไม้ยืนต้น และผู้นำท้องถิ่นยังสะท้อนว่า ถังขยะเปียก ได้ช่วยลดขยะที่เข้าสู่กระบวนการกลางทาง และ ปลายทาง ทำให้ในอนาคต ท้องถิ่นจะสามารถ วางแผนเพื่อลดภาระทางงบประมาณในการจัดการ ขยะได้ต่อไป" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวย้ำ ถังขยะเปียก ลดโลกร้อน คือภาคปฏิบัติโลกคือภาคปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ตามประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดของประเทศไทยร่วมกับสหประชาชาติประจำประเทศไทย "77 จังหวัด 17 เป้าหมายการพัฒนา เพื่อประเทศ ที่ยั่งยืน" เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความอยู่ดี กินดี สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสังคมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้คนไทย? |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น