ย่อคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๕๐/๒๕๔๘
ผู้ฟ้องคดี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว
ผู้ถูกฟ้องคดี องค์การบริหารส่วนตำบลละหาร
กรณีเรื่อง การจัดเก็บภาษีในพื้นที่การปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลอื่น
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ (มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) , มาตร ๔๒ , มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๓), มาตรา ๕๑)
ผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดเก็บภาษีในเขตพื้นที่การปกครองของผู้ฟ้องคดี ตั้งแต่เริ่มประกาศจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเรื่อยมา อันเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี อันทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องขาดรายได้ ผู้ฟ้องคดีได้ออกหนังสือองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๖ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการจัดเก็บภาษี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ระงับการปฏิบัติแต่อย่างใด ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้ (๑).ให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการจัดเก็บภาษีในเขตพื้นที่ของผู้ฟ้องคดีและให้คืนพื้นที่จัดเก็บภาษีตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมภาษีและค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่จัดเก็บได้ทั้งหมด มอบแก่ผู้ฟ้องคดี (๒).ให้อำเภอปลวกแดงย้ายทะเบียนบ้านของโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง ๖ โรงงานและบ้านเรือนที่ยังตกค้าง ส่งมอบให้อยู่ในเขตการปกครองของตำบลหนองบัวอำเภอบ้านค่ายโดยยึดหลักฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง อย่างเคร่งครัด
ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยองตามมาตรา ๕๗ (๗) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ ได้วินิจฉัยว่า พื้นที่พิพาทอยู่ในเขตการปกครองของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ซึ่งไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ถ้าหากข้อเท็จจริงปรากฏว่าพื้นที่พิพาทอยู่ในเขตการปกครองของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีย่อมได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำละเมิดของผู้ถูกฟ้องคดีได้ และจากการไต่สวนของศาลปกครองชั้นต้นปรากฏว่า ประเด็นเรื่องเขตพื้นที่การปกครองที่พิพาทมีความชัดเจนและยุติแล้วตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเขตตำบลของผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งปรากฏว่าพื้นที่การปกครองที่จะจัดเก็บภาษีนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การปกครองของผู้ฟ้องคดี และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีจัดเก็บภาษีในเขตพื้นที่ปกครองของผู้ฟ้องคดีตั้งแต่เริ่มประกาศจัดตั้งองค์การบริหาส่วนตำบลในท้องที่อำเภอบ้านค่าย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันจึงถือว่าเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ต่อเนื่องจนถึงวันที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ และคำขอบังคับเป็นกรณีที่ศาลสามารถกำหนดคำบังคับได้ตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และเป็นการฟ้องภายในระยะเวลาฟ้องคดีตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณานั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นเป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา
พิศิษฐ์ ย่อ/พิมพ์
๒ มี.ย.๔๙
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น