วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

รายงาน: คน'เมืองคอน'สะท้อนเสียง มองผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่น

รายงาน: คน'เมืองคอน'สะท้อนเสียง มองผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่น
มติชน  ฉบับวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑

          พรพิมล ไชยนุรัตน์
          ภายหลังการประกาศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงแนวโน้มการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ส่อเค้าว่าอาจยืดยาวไปถึงกลางปี 2562 ส่งผลต่อบรรยากาศและท่าทีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมาทันที โดยกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่อีกกลุ่มยังอยากให้เลือกตั้งยืดออกไปยาวๆ แต่ละกลุ่มจะมีเหตุผลในตัวเอง การเดินบนถนนที่โล่ง ว่าง อาจดีสำหรับคนบางคน และอาจเป็นอันตรายสำหรับบางคนเช่นกัน โดยมีเสียงสะท้อนต่างๆ ตามมา
          เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวว่า พื้นที่ดูแลรับผิดชอบของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีทั้งหมด 63 ชุมชน มีประชากร 1.5 แสนคน 500 ครัวเรือน บริหารจัดการเงินงบประมาณ 904 ล้านบาท การจัดเก็บรายได้ของเทศบาลมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากประชาชนรากหญ้าเป็นเกษตรกรและค้าขาย เทศบาลอยู่ได้เพราะรัฐให้เงินอุดหนุน การบริหารงานท้องถิ่นให้อิสระกับสมาชิก (ส.ท.) ที่จะมาติดตามการทำงานของตนได้ตามสะดวก สามารถอภิปรายซักฟอกในสภาได้ นี่คือการบริหารงาน
          "ผมไม่ชอบใจการบริหารงานของรัฐบาลส่วนกลาง รวบศูนย์อำนาจสั่งการไว้ที่ส่วนกลางหมด แท้จริงแล้วต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่ผ่านมา อปท.ทำงานดีกว่าส่วนภูมิภาค เพราะนายก อปท.ทุกแห่งรู้ปัญหาชาวบ้านและการพัฒนาดีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ในทางกลับกัน รัฐบาล ผู้ว่าฯ และนายอำเภอไม่เคยถามปัญหาท้องถิ่นอย่างจริงจังแล้วยังจะมาห่วงอำนาจ จริงๆ แล้วในท้องถิ่นหากมองว่านายกท้องถิ่นทุจริต ขั้นตอนการตรวจสอบเอาผิดก็มีอยู่แล้ว ในเมื่อชาวบ้านเลือกมาหากไม่ดีก็อยู่ไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่ากระทรวงมหาดไทยจะกลัวท้องถิ่นไปทำไม ขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องท้องถิ่น ผมกล้าพูดว่าวันนี้กระทรวงมหาดไทยทำงานสู้ท้องถิ่นไม่ได้"
          ขณะที่ฟากนักวิชาการ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ลากออกไปมีผลกระทบอย่างแน่นอน ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลกลางไม่เอาใจใส่ต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่นำพา ไม่เคารพหลักการกระจายอำนาจทางการเมืองกับ อปท.ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองความขัดแย้งระดับชาติเลยแม้แต่น้อย การไม่นำพาแบบนี้ในทางการเมืองถือได้ว่าเป็นการไม่เอาใจใส่มโนทัศน์ว่าด้วยเรื่องการกระจายอำนาจทางการเมืองของส่วนกลาง
          การเลือกตั้งยาวออกไปทำให้การพัฒนางานบริการสาธารณะที่ถูกกระทำโดยท้องถิ่นไม่ได้รับการตรวจสอบดูแลเคร่งครัด ในระบบกลไกของสภาท้องถิ่น หรือกระบวนการสังคมของท้องถิ่น การเพิ่มอำนาจ การจัดซื้อจัดจ้าง จาก 10 บาท ไปเป็น 100 บาท มันได้ทำจากอำนาจส่วนกลาง และไม่ได้ถูกตรวจสอบ สภาท้องถิ่นแล้วประชาคมไม่สามารถตรวจสอบได้ มันถูกทำให้ทอนทั้งหมด นี่คือ ผลกระทบทางการเมืองที่ขาดการใคร่ครวญ การพินิจพิเคราะห์ต่อการทำนโยบาย ต่อการพัฒนาทำโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตรงนี้ถูกทำจากอำนาจพิเศษหมด จึงนำไปสู่การใช้งบประมาณที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ อันนี้ไม่เกี่ยวกับการทุจริต เพราะการทุจริตจะมีองค์กรอิสระ มีกลไกในการตรวจสอบในตัวเองอยู่แล้ว
          รศ.ดร.รงค์กล่าวอีกว่า การเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไปเป็นเหมือนการที่รัฐบาลส่วนกลาง หรือตัวแทนของรัฐบาลส่วนกลางหมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่กำกับเทศบาล อบจ. นายอำเภอมีหน้าที่กำกับ อบต. เทศบาลได้ถือเอาบรรยากาศแห่งการไม่กระจายอำนาจ เปลี่ยนบทบาทตัวเองจากคนกำกับท้องถิ่นมาเป็นคนควบคุมและสั่งการ จะเห็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ พยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงการทำนโยบายของเมือง ของเทศบาล หรือ อบต.โดยไม่นำพาต่อสภาเทศบาล หรือ อบต.เลย แต่เป็นการใช้อำนาจโดยการอนุมัติการใช้งบประมาณ เข้าไปแทรกแซงในลักษณะที่เป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หรือเงินนโยบายของทางจังหวัด อันนี้ถือว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อการกระจายอำนาจ อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจจากรัฐบาลส่วนกลาง ตัวแทนของรัฐบาลส่วนกลาง ที่เปลี่ยนจากการกำกับเป็นการควบคุม เป็นเหมือนการสร้างวัฒนธรรมความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างราชการภูมิภาคกับตัวเทศบาล อบจ.หรือ อบต.ให้เกิดขึ้นใหม่ โดยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ตั้งแต่ พ.ศ.2540 จนมาถึงปัจจุบัน อันนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก
          "อยู่ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะให้เงิน 140 ล้านบาทไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่เทศบาลนั้น เทศบาลนี้ อยู่ๆ บอกให้เทศบาลนั้น เทศบาลนี้ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ มาเอางบตรงนี้ หรือใช้งบเหลือจ่าย หรือใช้งบฟังก์ชั่น หรือใช้งบพื้นที่ แบบนี้เป็นการบายพาสสภาท้องถิ่น เป็นการบายพาสประชาคม เป็นการบายพาสแผนพัฒนาท้องถิ่น หรือบายพาสเทศบัญญัติ โดยใช้อำนาจพิเศษ อันตรายต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้ข้าราชการเข้าไปกระทำกับท้องถิ่นที่เป็นประชาธิปไตยที่เป็นตั้งแต่ปี 2540 เริ่มเกิดอาการกะปลกกะเปลี้ย ขาลีบได้ แทนที่จะเดินไปข้างหน้า มีเหตุการณ์แบบนี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยน ในที่สุดอาจถึงขั้นล่มสลายได้"
          นับเป็นเสียงสะท้อน เสียงเตือนจากอีกมุมของผู้แทนท้องถิ่นขนาดใหญ่ และนักวิชาการท้องถิ่นต่อการเลื่อนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็กระตุกเตือนไปถึงรัฐบาลส่วนกลางและผู้แทนของรัฐบาลในแต่ละภูมิภาคที่อาจต้องทบทวนบทบาทและหน้าที่ โดยเฉพาะต่อกรณีความอึดอัดใจจากการแทรกแซงต่างๆ หรือการ "บายพาส" งบประมาณท้องถิ่น ไม่เช่นนั้นอาจมีแรงกระเพื่อม ปฏิกิริยาของคนเมืองคอนต่อรัฐบาลกลางตามมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น