วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

ท้องถิ่นไทยยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมผลักดันอปท.ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เร่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวเขาหัวโล้น มอบเป็นของขวัญให้แผ่นดินไทย


ท้องถิ่นไทยยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมผลักดันอปท.ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เร่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวเขาหัวโล้น มอบเป็นของขวัญให้แผ่นดินไทย
พิมพ์ไทย  ฉบับวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๑

          นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยุคใหม่ได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักว่าความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีความสำคัญต่อมนุษยชาติและต่อสิ่งแวดล้อมของโลก กอปรกับการได้ไปเยี่ยมชมความสำเร็จของการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(อพ.สธ.) ของป่าชุมชนเขาตายิ้ม องค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมืองจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นตัวอย่างป่าชุมชนที่ประสบผลสำเร็จในการจัดการที่มีประสิทธิผลแห่งหนึ่ง เนื่องจากการสร้างความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของป่าที่มีต่อชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งในอดีตป่าแห่งนี้มีสภาพสมบูรณ์ และชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเข้ามาใช้ประโยชน์โดยใช้เป็นแหล่งอาหารและเก็บเกี่ยวหาของป่า ต่อมาชุมชนมีขนาดใหญ่ขึ้นความต้องการที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น กอปรกับมีการตัดถนนเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้มีการบุกรุกเพื่อใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรแบบพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวมากขึ้น ทำให้สภาพป่าแห่งนี้เสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2539 ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพื้นที่ป่า ในตำบลท่ากุ่ม ได้สูญเสียพื้นที่ที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงเริ่มหันกลับมาใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ลดการพึ่งพาป่าเศรษฐกิจที่ปลูกพืชชนิดเดียว และเกิดแนวคิดที่จำฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าเขาตายิ้มไว้เพื่อชุมชน จึงรวมตัวกันเจรจากับผู้บุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งทำให้สามารถคืนพื้นที่ป่าชุมชนไว้ได้ 97 ไร่
          สำหรับการเข้าร่วมสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมากจากพระราชดำรินี้ มีการดำเนินงาน 6 กิจกรรม ได้แก่
          1.กิจกรรมปกปักทรัพยากรท้องถิ่น คือมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชที่ใช้พื้นที่ประมาณ 10 ไร่
          2.กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากรท้องถิ่นที่มีการเก็บข้อมูลการใช้ประโยชน์ของพืชในท้องถิ่น ทะเบียนพันธุ์ไม้ในชุมชน และเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับพืชสมุนไพร 167 ชนิด
          3.กิจกรรมปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น ที่เป็นการปลูกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น มีกิจกรรมปลูกพันธุ์ไม้ ไม่ว่าจะเป็นปลาไหลเผือก เถาเอ็นอ่อนม้ากระทืบโรง หางไหลแดง ตะไคร้หอม หัวข่าลิง
          4.กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่น ที่เป็นกิจกรรมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช เก็บรักษาพืชสมุนไพร โดยการหมักดอง
          5.กิจกรรมศูนย์ข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ที่จัดทำทะเบียนข้อมูลสมุนไพร จำนวนทั้งสิ้น 167 ชนิด
          6.กิจกรรมสนับสนุนในการอนุรักษ์และจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นในด้านต่างๆ
          นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ความเป็นต้นแบบของเขาตายิ้มนี้ ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์เพียงแค่พันธุ์ไม้ แต่ยังรวมไปถึงการอนุรักษ์และเก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ ทั้งสัตว์ปีก สัตว์บก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์น้ำ รวมถึงเชื้อรา(เห็ด) ซึ่งต่อไปทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่มจะดำเนินการก่อสร้างศูนย์รวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบการหมักดอง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจต่อไปด้วย ดังนั้น กรมฯจึงได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ทั้ง 7,851 แห่ง (ไม่รวม กทม.) ช่วยกันสำรวจจัดหาพื้นที่สาธารณะที่ถูกตัดทำลายต้นไม้หรือเป็นพื้นที่เขาหัวโล้น เพื่อดำเนินการร่วมกับอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก(อถล.) และทุกภาคส่วนมาปลูกต้นไม้ร่วมกันในฤดูฝนที่จะถึงนี้ โดยขอให้เสนอพื้นที่ที่คัดเลือกได้มาให้กรมฯ ทราบภายในวันที่15 พฤษภาคมนี้ เพื่อร่วมกันทำสิ่งที่ดีกว่าเดิมchange for good ให้เป็นของขวัญให้แผ่นดินไทยของเรา และที่สำคัญขอให้คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่ามุ่งเน้นปลูกต้นไม้ชนิดเดียวเป็นจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้การปลูกป่าชุมชนได้มีความสมบูรณ์หลากหลาย สามารถจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศน์ป่าและนกแก่เยาวชนได้ในอนาคต รวมทั้งเป็นแหล่งอาหาร แหล่งยาสมุนไพรได้อีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น