วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

อัศวินปรับทัพบิ๊กเสาชิงช้าส่อลากยาวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อัศวินปรับทัพบิ๊กเสาชิงช้าส่อลากยาวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ไทยโพสต์  Iฉบับวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๑

          ก็ต้องรอดูกันว่า หลัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คือ เก้าอี้รองผู้ว่าฯ กทม.จาก พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข มาเป็น"สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแนวร่วมตัวจริงของกลุ่ม กปปส." การทำงานของ "สกลธี" ที่ไม่เคยผ่านงานบริหารระดับใหญ่ๆ แบบนี้มาก่อน จะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน?
          อันจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่า ไม่ได้เป็นแค่ เด็กเส้นเด็กฝาก อย่างที่มีการวิจารณ์กันว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ ดันผ่าน พล.ต.อ.อัศวิน ซึ่งก่อนหน้านี้สุเทพเคยดัน พล.ต.อ.อัศวิน ให้ไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เลยมีข่าวว่า มารอบนี้สุเทพเลยขอเก้าอี้รองผู้ว่าฯ กทม.ให้สกลธีอีกรอบ จะได้เข้ามามีตำแหน่งในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
          สิ่งที่เกิดขึ้นมีการมองกันไปว่า คนประชาธิปัตย์น่าจะโอเคระดับหนึ่ง ที่อดีตคนของพรรคไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. เพราะหากการเลือกตั้งท้องถิ่น-เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สุดท้ายมาเกิดหลังการเลือกตั้งใหญ่ ยังไงสกลธีที่เป็นอดีตคนของ ปชป.อดีต ส.ส.กทม.ของพรรค ก็น่าจะคอยช่วยดูแลพื้นที่ให้กับผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคได้ไม่มากก็น้อย ทำนองมองตาก็รู้ใจกัน
          แต่ก็มีข่าวอีกกระแสว่า กรณี "สกลธี" ลูกชายพลเอกวินัย ภัททิยกุล..อดีตเลขาธิการ คสช. - อดีตปลัดฯ กลาโหม ที่มักพาครอบครัวไปให้กำลังใจ สุเทพ-สกลธี ที่หลังเวที กปปส.ตลอด โดยการที่สกลธีได้เป็นรองผู้ว่าฯ กทม.อาจเป็นเรื่องของการ แยกกันเดิน รวมกันสู้ ของเครือข่าย คสช. - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา - สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ - พล.ต.อ.อัศวิน และสุเทพ กับเครือข่าย กปปส.
          โดยแนววิเคราะห์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีการมองกันว่า บิ๊กตู่-สมคิด-คสช. มีแผนการเมืองจะเข้าไปร่วมทำพรรค พลังประชารัฐ และต้องการให้ บิ๊กวิน-พล.ต.อ.อัศวิน คอยดูแลพื้นที่ กทม.ให้กับพรรค รวมถึงวางตัวจะส่ง พล.ต.อ.อัศวินลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคด้วย
          เพราะต้องไม่ลืมว่า พล.ต.อ.อัศวินได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้ก็ด้วยมาตรา 44 ที่บิ๊กตู่ปลดสุขุมพันธุ์ แล้วดัน พล.ต.อ.อัศวินขึ้นมาแทน เพียงแต่การเมืองเฉพาะหน้า ทีมการเมืองบิ๊กตู่อาจเห็นว่าควรต้องมีอดีต ส.ส.กทม.มาคอยช่วยเสริมทีมให้กับบิ๊กวิน จนเป็นที่มาของการที่ สกลธี ไปพบสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 3 เม.ย. แล้วสุดท้ายก็มีคำสั่งตั้งสกลธีเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ตามมาเมื่อ 10 เม.ย.
          กระนั้นทั้งหมดก็ยังเป็นแค่กระแสข่าว แนววิเคราะห์ ที่มีการคาดการณ์กันไป แต่เรื่องนี้ไม่ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังกับการที่สกลธีลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ทั้งที่การเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.ไม่จำเป็นต้องไปลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.
          มันก็เป็นหมากที่วินๆ ด้วยกันหมด ทั้งประชาธิปัตย์ที่มั่นใจว่า แม้พรรคพลังประชารัฐจะเกิดขึ้นจริง แต่ก็คงยากที่จะเจาะพื้นที่ กทม.ของประชาธิปัตย์ได้ และคงไม่ใช่คู่ต่อสู้หลักของ ปชป.ในพื้นที่ กทม. แต่การที่สกลธีไปเป็นทีมผู้บริหาร กทม. แม้อนาคตสกลธีอาจไม่ใช่คนของ ปชป.แล้ว แต่ก็น่าจะเป็นคนที่ ปชป.คุยง่ายกว่า พล.ต.อ.อัศวิน
          เช่นเดียวกับที่ฝ่ายสุเทพ-พล.ต.อ.อัศวิน-สมคิด-พลเอกประยุทธ์ ก็น่าจะโอเคกับสูตรนี้ที่มองว่า หากทำให้เพื่อไทย หรือแม้แต่พรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ เช่น พรรคอนาคตใหม่ โตไม่ได้ใน กทม.หรือลงแข่งได้ แต่ก็สู้ฝ่ายประชาธิปัตย์-พรรค คสช.ไม่ได้
          มันก็ทำให้โอกาสที่พื้นที่ กทม.จะถูกเจาะหรือต้องเสียคะแนนไปให้กับเพื่อไทยหรือพรรคการเมืองอื่นๆ ถูกดึงคะแนนไปได้ไม่มาก ซึ่งจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งตามมานั่นเอง
          จึงไม่แปลกที่ หลังมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารเสาชิงช้าดังกล่าวของ พล.ต.อ.อัศวิน แวดวงการเมืองจึงเชื่อมากขึ้นว่า มีแนวโน้มที่การเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เดิมหลายคนคิดว่าจะเกิดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ แต่ถึงตอนนี้ชักไม่แน่เสียแล้ว เพราะการแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ ที่รัฐบาลเลื่อนมาแล้วหลายรอบ เดิมทีบอกว่าจะเสร็จไม่เกินเดือนมกราคม แล้วก็เลื่อนมามีนาคม แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะลากยาว
          ทำให้ถึงตอนนี้ เป็นไปได้ที่การเลือกตั้งท้องถิ่น-เลือกผู้ว่าฯ กทม. จะเกิดหลังการเลือกตั้ง ส.ส.ก็เป็นไปได้
          สำหรับการตั้ง สกลธี มาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.ดังกล่าว รีวิวย้อนกลับไปในคำสั่งดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้
          พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 1215/2561 เรื่องให้รองผู้ว่าฯ กทม.พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ กทม.
          มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 2650/2560 ลงวันที่ 24 ส.ค.2560 แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข เป็นรองผู้ว่าฯ กทม. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 (3) และมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 64/2559 ลงวันที่ 18 ต.ค.2559 จึงให้ พล.ต.อ.ชินทัตพ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.
          และแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่งวันที่ 10 เม.ย.2561
          นอกจากนี้ยังลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 1216/ 2561 ให้ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. 2 ราย พ้นจากตำแหน่ง ได้แก่ ศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ และยุทธพันธุ์ มีชัย และให้ผู้ช่วยเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. 1 รายคือ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ พ้นจากตำแหน่ง โดยได้แต่งตั้งที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. 2 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รวมทั้งแต่งตั้งผู้ช่วยเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. 1 ราย สมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2561 เป็นต้นไป เช่นเดียวกัน
          หลังมีคำสั่งดังกล่าว สกลธี ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ได้รับทาบทามวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา และทันทีที่ทราบ ได้ไปพบอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เพื่อขออนุญาตลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งนายอภิสิทธิ์แจ้งว่า หากตนลาออก ก็ต้องหาคนอื่นลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิมที่ตนเคยเป็น ส.ส. ซึ่งก็ไม่ขัดข้อง ยืนยันไม่มีเรื่องขัดข้องหมองใจอะไรกับพรรค
          อนึ่ง ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อัศวินก็เคยมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร กทม.มาแล้ว เช่น การลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ตั้ง พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข จากผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.แทน เมื่อ 24 ส.ค.60
          โดย พล.ต.อ.อัศวินให้เหตุผลตอนนั้นว่า เนื่องจาก พล.ต.ท.อำนวยมีภารกิจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังเป็นผู้บรรยายพิเศษในหลักสูตรต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันอื่นๆ ทำให้มีเวลาในการปฏิบัติราชการให้แก่ กทม.น้อยลง ฉะนั้นเพื่อให้การบริหารราชการของ กทม.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีการเปลี่ยนตัวรองผู้ว่าฯ กทม.ดังกล่าว
          อย่างไรก็ตาม ดูแล้วการปรับทัพบิ๊ก กทม.รอบล่าสุด ที่ดันสกลธี เด็กปั้นของสุเทพ พาสชั้นมาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ตามรอย ทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ที่สุเทพเคยดันให้เป็นรองผู้ว่าฯ กทม.สมัยสุขุมพันธุ์ รอบนี้ไม่ธรรมดา และที่มาที่ไปย่อมแตกต่างจากตอนบิ๊กวันปลด พล.ต.อ.อำนวย นิ่มมะโน แน่นอน เพราะแลเห็นชัดว่า มันเป็นเรื่องของการเมือง-การเลือกตั้งล้วนๆ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น