วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน 'บิ๊กตู่' เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง

งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน 'บิ๊กตู่' เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง
ประชาชาติธุรกิจ  ฉบับวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑

          นับ 1 ไทยนิยม ยั่งยืน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน 82,371 หมู่บ้าน-ชุมชนละไม่เกิน 2 แสนบาท เม็ดเงินรวมกันกว่า 16,474 ล้านบาท
          ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนระฆังการเมืองดังขึ้น-ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พล.อ. ประยุทธ์-ขุนพลทหาร ขอออกหมัดทำคะแนนหนีคู่แข่ง-เรียกกระแสรัฐบาลทหารให้กลับมาติดชาร์ต อีกครั้ง
          เม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ลงไป ครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข (TOR) โครงการแต่ละหมู่บ้าน-ชุมชน เสนอ โครงการที่มี "ความพร้อม" ได้ ไม่เกิน 2 โครงการ ซึ่งได้รับข้อมูลปัญหาความต้องการจากเวทีประชาคมไทยยั่งยืน หรือแผนพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชน
          ระยะเวลาดำเนินโครงการต้อง ไม่เกิน 120 วัน หรือเริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือน เม.ย. 61 กระทั่งเสร็จสิ้นโครงการไม่เกินเดือน ก.ค. 61
          ขณะที่ลักษณะของโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้าง รายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน-ชุมชน เป็นโครงการที่สามารถทำให้เกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก- ยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
          เนื่องจากโครงการลักษณะ-รูปแบบเดียวกับ "ไทยนิยม ยั่งยืน" ไม่ใช่โครงการแรกในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หว่าน งบฯ-อัดฉีดเงินลงไปในหมู่บ้าน-ชุมชน
          ก่อนหน้าที่ ครม.ได้อนุมัติโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงิน ไม่เกิน 15,000 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 2 แสนบาท
          นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 18,760 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 250,000 บาท
          ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาทั้ง 2 ครั้ง ประสบปัญหาหลายประการ เช่น การดำเนินโครงการล่าช้า ช่วงเวลาดำเนินโครงการไม่เหมาะสม
          ดังนั้น การดำเนินโครงการครั้งนี้ จึงมีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข และข้อห้ามจำนวนมาก เช่น ให้ใช้แรงงานคนไทยในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน หากไม่เพียงพอให้ใช้แรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าว
          ห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน-ชุมชน หรือในลักษณะกองทุนหมุนเวียน ห้ามนำงบประมาณไปดำเนินโครงการ-กิจกรรม โดยวิธีหารเฉลี่ยหรือแบ่งเงิน สิ่งของ ห้ามแจกจ่ายเป็นเงินหรือสิ่งของ ห้ามนำไปใช้ในลักษณะให้กู้ยืม
          ห้ามดำเนินโครงการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน การจัดนิทรรศการ ไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อน ห้ามมิให้ดำเนินการ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับการอนุญาต
          ห้ามก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม เกี่ยวกับศาสนสถาน สถานศึกษา สถานที่ราชการ ยกเว้นเป็นที่ตั้งโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์และได้รับ อนุญาต
          ห้ามดำเนินโครงการในที่สาธารณ ประโยชน์ ยกเว้น ซ่อมแซมสาธารณ ประโยชน์ที่มีอยู่แล้วในที่สาธารณ ประโยชน์ หรือโครงการที่เป็นการดูแลป้องกันที่สาธารณประโยชน์
          ห้ามจัดทำโครงการซื้อครุภัณฑ์ เว้นแต่ เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นเพื่อประกอบโครงการและจะต้องจัดทำแผนการใช้งาน บำรุงรักษา และมีคณะกรรมการหมู่บ้าน-ชุมชน หรือคณะกรรมการกลุ่ม-คณะกรรมการบริหารโครงการรับผิดชอบที่
          ทั้งนี้ ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)
          ห้ามจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะประเภทใช้เครื่องยนต์หรือเครื่องไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด แผงโซลาร์เซลล์ วัสดุครุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้แล้วและเครื่องออกกำลังกายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
          สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาดั่งใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจไว้หรือไม่
          4 เดือนนับจากนี้เป็นคำตอบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น