| งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน 'บิ๊กตู่' เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง |
| ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑ |
| นับ
1 ไทยนิยม ยั่งยืน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน 82,371 หมู่บ้าน-ชุมชนละไม่เกิน 2 แสนบาท
เม็ดเงินรวมกันกว่า 16,474 ล้านบาท ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนระฆังการเมืองดังขึ้น-ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พล.อ. ประยุทธ์-ขุนพลทหาร ขอออกหมัดทำคะแนนหนีคู่แข่ง-เรียกกระแสรัฐบาลทหารให้กลับมาติดชาร์ต อีกครั้ง เม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ลงไป ครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข (TOR) โครงการแต่ละหมู่บ้าน-ชุมชน เสนอ โครงการที่มี "ความพร้อม" ได้ ไม่เกิน 2 โครงการ ซึ่งได้รับข้อมูลปัญหาความต้องการจากเวทีประชาคมไทยยั่งยืน หรือแผนพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชน ระยะเวลาดำเนินโครงการต้อง ไม่เกิน 120 วัน หรือเริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือน เม.ย. 61 กระทั่งเสร็จสิ้นโครงการไม่เกินเดือน ก.ค. 61 ขณะที่ลักษณะของโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้าง รายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน-ชุมชน เป็นโครงการที่สามารถทำให้เกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก- ยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เนื่องจากโครงการลักษณะ-รูปแบบเดียวกับ "ไทยนิยม ยั่งยืน" ไม่ใช่โครงการแรกในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หว่าน งบฯ-อัดฉีดเงินลงไปในหมู่บ้าน-ชุมชน ก่อนหน้าที่ ครม.ได้อนุมัติโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงิน ไม่เกิน 15,000 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 2 แสนบาท นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 18,760 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 250,000 บาท ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาทั้ง 2 ครั้ง ประสบปัญหาหลายประการ เช่น การดำเนินโครงการล่าช้า ช่วงเวลาดำเนินโครงการไม่เหมาะสม ดังนั้น การดำเนินโครงการครั้งนี้ จึงมีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข และข้อห้ามจำนวนมาก เช่น ให้ใช้แรงงานคนไทยในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน หากไม่เพียงพอให้ใช้แรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าว ห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน-ชุมชน หรือในลักษณะกองทุนหมุนเวียน ห้ามนำงบประมาณไปดำเนินโครงการ-กิจกรรม โดยวิธีหารเฉลี่ยหรือแบ่งเงิน สิ่งของ ห้ามแจกจ่ายเป็นเงินหรือสิ่งของ ห้ามนำไปใช้ในลักษณะให้กู้ยืม ห้ามดำเนินโครงการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน การจัดนิทรรศการ ไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อน ห้ามมิให้ดำเนินการ ที่เป็นสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับการอนุญาต ห้ามก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม เกี่ยวกับศาสนสถาน สถานศึกษา สถานที่ราชการ ยกเว้นเป็นที่ตั้งโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์และได้รับ อนุญาต ห้ามดำเนินโครงการในที่สาธารณ ประโยชน์ ยกเว้น ซ่อมแซมสาธารณ ประโยชน์ที่มีอยู่แล้วในที่สาธารณ ประโยชน์ หรือโครงการที่เป็นการดูแลป้องกันที่สาธารณประโยชน์ ห้ามจัดทำโครงการซื้อครุภัณฑ์ เว้นแต่ เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นเพื่อประกอบโครงการและจะต้องจัดทำแผนการใช้งาน บำรุงรักษา และมีคณะกรรมการหมู่บ้าน-ชุมชน หรือคณะกรรมการกลุ่ม-คณะกรรมการบริหารโครงการรับผิดชอบที่ ทั้งนี้ ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ห้ามจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะประเภทใช้เครื่องยนต์หรือเครื่องไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด แผงโซลาร์เซลล์ วัสดุครุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้แล้วและเครื่องออกกำลังกายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาดั่งใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจไว้หรือไม่ 4 เดือนนับจากนี้เป็นคำตอบ |
เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวงงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : ฅนเทศบาล
เมนูหลัก
ข่าวท้องถิ่น
ระเบียบบริหารงานบุคคลของพนักงานส่วนท้องถิ่น
มาตรฐานกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งพนักงานส่วนท้องถิ่น
มาตรฐานการบริหารงานบุคคลพนักงานส่วนท้องถิ่น
วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561
งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน 'บิ๊กตู่' เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น