วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

อบจ.โคราชสั่งเลื่อน240โครงการ จ่ายขาดเงินสะสม440ล.ซ่อมบำรุงถนน ปัดพบกลิ่นเหม็น-แค่ข้อมูลคลาดเคลื่อน


อบจ.โคราชสั่งเลื่อน240โครงการ จ่ายขาดเงินสะสม440ล.ซ่อมบำรุงถนน ปัดพบกลิ่นเหม็น-แค่ข้อมูลคลาดเคลื่อน
มติชน (กรอบบ่าย)  ฉบับวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑

          ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมาเปิดเผยว่า กรณีสภา อบจ.นครราชสีมา มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการจ่ายขาดเงินสะสมประจำปีงบประมาณ 2561 รวมทั้งสิ้น 440 ล้านบาท เพื่อจัดสรรงบแก้ปัญหาความเดือดร้อนและตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สนับสนุนการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมการก่อสร้างหรือซ่อมบำรุงถนน โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 240 โครงการ เป็นแผนงานอุตสาหกรรมการโยธา งานก่อสร้างโครงการพื้นฐาน การปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัสติกคอนกรีต ซึ่งมี 68 โครงการ มูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องประกวดแข่งขันราคา จากการตรวจสอบรายละเอียดพบข้อมูลเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของบางโครงการ ระบุตัวเลขระยะทางหรือจำนวนรวมคลาดเคลื่อน ซึ่งเกิดจากความเร่งรีบและความสับสนข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ป้อนข้อมูลไม่ตรงกับรายละเอียดความเป็นจริง และอาจมีปัญหาเมื่อมีการตรวจรับงาน จึงสั่งให้ทบทวนรายละเอียดโครงการทั้งหมดและต้องตรวจทานโดยละเอียดก่อนนำเสนอฝ่ายบริหารลงนาม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลโครงการจ่ายขาดเงินสะสมฯ โดยเชิญท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา และตัวแทน สภา อบจ.ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบโดยกำหนดเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเสร็จก่อนวันที่ 20 เมษายน ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ" ร.ต.หญิงระนองรักษ์กล่าว และว่า
          การเลื่อนระยะเวลาดำเนินโครงการจ่ายขาดเงินสะสม 440 ล้านบาท ไม่ใช่มาจากกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบกลิ่นเหม็นตามที่มีการโพสต์ในโซเชียล อบจ.ไม่ได้ยกเลิกโครงการ เพียงแต่ให้ทบทวนการดำเนินการ 240 โครงการให้ถูกต้อง อบจ.จะใช้เงินภาษีทุกบาทของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับความถูกต้องตามระเบียบทางราชการ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายและตอบสนองความต้องการของประชาชน แต่ อบจ.มีภารกิจงานจำนวนมาก รับผิดชอบถนน 190 สายระยะทางกว่า 1,300 กิโลเมตร และได้รับงบน้อยเกินไป อาจแก้ปัญหาไม่ทั่วถึง แต่ก็ไม่เพิกเฉย หากมีพื้นที่เดือดร้อนจำเป็นจริงๆ ต้องดำเนินการทันที อบจ.ยินดีให้หน่วยงานต่างๆ และภาคประชาชนเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใส โดยเชื่อมั่นในความถูกต้อง รวมทั้งต้องตรวจสอบภายในองค์กรให้เกิดความชอบธรรมตามระเบียบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น