วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

'ท้องถิ่น'ชี้ปมเลือกนายกท้องถิ่น

'ท้องถิ่น'ชี้ปมเลือกนายกท้องถิ่น  
มติชน  ฉบับวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑

          เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายศักดิพงษ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันต้องเลื่อนการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น เนื่องจากมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เลือกตั้งท้องถิ่นทั้งฉบับนั้น ไม่เกินความคาดหมายและมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ล่าสุด สมาพันธ์ขอเรียกร้องให้ คสช.ออกประกาศให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะหมดวาระเดือนพฤษภาคมนี้ ทำหน้าที่รักษาการต่อไปโดยไม่มีกำหนด หลังผู้บริหารและสมาชิก อปท.จำนวนมากทั่วประเทศที่หมดวาระตั้งแต่ต้นปี 2558
          "แนวทางการแก้กฎหมายเลือกตั้ง ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นโหวตเลือกผู้บริหารท้องถิ่น เป็นการแก้ไขเพื่อกลับไปใช้กฎหมายเดิมก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อปี 2546 เนื่องจาก คสช.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นว่าปัจจุบันการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติใน อปท.บางแห่งไม่เข้มแข็ง ไม่ตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือทักท้วงการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ปัจจุบันมีอำนาจค่อนข้างผูกขาด จึงต้องการกลับไปใช้รูปแบบเดิม" นายศักดิพงษ์กล่าว และว่า ส่วนหนึ่งยอมรับว่าการเลือกนายกท้องถิ่นโดยตรงที่ผ่านมา แม้กฎหมายจะแบ่งแยกอำนาจชัดเจน แต่ผู้สมัครนายกและสมาชิกท้องถิ่นยังเดินหาเสียงร่วมกัน ส่วนการแบ่งแยกหน้าที่ตามกฎหมายเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย มีการประเมินว่า คสช.ไม่ต้องการให้เลือกนายกท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะนายก อบจ. เนื่องจากในภาคเหนือและภาคอีสานเชื่อมโยงใกล้ชิดกับฐานเสียงของการเมืองระดับชาติ ดังนั้นขั้นตอนก่อนให้สภาโหวตเลือกนายกท้องถิ่น ต้องติดตามว่าหากมีการแก้ไขกฎหมายจะมีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามากดดันเพื่อบล็อกโหวตหรือไม่
          นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ อดีตเลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากแก้กฎหมายไปใช้ระบบเดิม เจตนาในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรงต้องการให้นายกมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่นายกที่มาจากการโหวตเลือกของสมาชิก อบต.ไม่กี่ราย หลังจากก่อนหน้านี้มีการเสนอให้แก้กฎหมายกำหนดให้สมาชิก อบต.เหลือเพียงหมู่บ้านละ 1 คน
          นายชาตรี ศรีสันต์ นักวิชาการ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากกำหนดให้ ส.อบจ.เลือกนายกไปทำหน้าที่บริหารอาจทำให้ความเข้มแข็งในการทำงานของฝ่ายบริหารเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนโดยภาพรวมน้อยลง ส.อบจ.จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น ส่วนแนวทางการแก้ไขกฎหมายเชื่อว่า ผู้มีอำนาจต้องการให้การทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติมีความเข้มแข็งมากขึ้น ป้องกันการใช้อำนาจที่บางฝ่ายมองว่าผูกขาดโดย ผู้บริหารท้องถิ่น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น