วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

จ่อลดภาษีเอกชนอุ้มคนแก่ 'บิ๊กตู่'สั่งรับมือสังคมสูงวัย

จ่อลดภาษีเอกชนอุ้มคนแก่ 'บิ๊กตู่'สั่งรับมือสังคมสูงวัย
เดลินิวส์ (กรอบบ่าย)  ฉบับวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๑

          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ไปหารือร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อหามาตรการ ส่งเสริมและจูงใจให้เอกชนเข้ามาดำเนินกิจการต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่เอกชนที่ประกอบการด้านจัดสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งการส่งเสริมการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น
          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พม.ได้รายงานให้ ครม.รับทราบสถานการณ์ผู้สูงอายุของไทย ซึ่งพบว่าภายในปี 70 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ไทยจะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีผู้สูงอายุกว่า 30% ในอัตราที่เร็วมาก และยังเร็วกว่าประเทศอื่นในอาเซียนด้วย โดยในปี 59 ผู้สูงอายุของไทยใกล้ถึง 20% ของ
          ประชากรทั้งหมดและถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเกิดลดลงมาก ขณะที่คนที่เกิดในช่วงปี 2506-2526 กำลังกลายเป็นผู้สูงอายุ
          ทั้งนี้ได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลควรวางนโยบายและหามาตรการเพื่อรอง รับสังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเสริมสร้างสุขอนามัยและสร้างรูปแบบการให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ เพิ่มการเข้าถึงบริการการใช้ยาและรักษาอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการออกกำลังกายและกิจกรรมทางสังคม จัดบริการสาธารณสุขที่เอื้อต่อการให้บริการผู้สูงอายุในชุมชน เป็นต้น
          ขณะเดียวกัน ยังต้องสนับสนุนให้ผู้สูงอายุอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ช่วยส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในครอบครัว ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ตนคุ้นชิน สนับสนุนให้ครอบครัวทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ส่งเสริม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเครือข่ายในชุมชนมี ส่วนร่วมในการสร้างกลไกดูแลผู้สูงอายุ ยกระดับสถาน ดูแลผู้สูงอายุในกรณีที่ต้องไปอาศัยนอกที่อยู่อาศัยเดิมให้ ได้มาตรฐาน
          รายงานข่าวกล่าวว่า นายกฯ ยังสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม ไปหารือกับกระทรวงการคลัง กระทรวง
          คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนดแนวทางการส่งเสริมให้นักลงทุนเอกชน มาร่วมลงทุนในโครงการและกิจกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก เช่น การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ ที่อยู่อาศัย ธุรกิจการค้าและบริการ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
          นอกจากนี้นายกฯ ยังเร่งดำเนินการในโครงการสำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนาท่าเรือในพื้นที่ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือน ต.ค. 61 ขณะเดียวกันยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางให้เอกชนเข้ามาช่วยเหลือภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และแนวทางการเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น