วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กฎเหล็กขรก.ต้องโชว์บช.สกัดทุจริตได้จริงหรือ?

กฎเหล็กขรก.ต้องโชว์บช.สกัดทุจริตได้จริงหรือ?
มติชน (กรอบบ่าย)  ฉบับวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

          หมายเหตุ - ความเห็นจากข้าราชการและนักวิชาการกรณีรัฐบาลมีแนวคิดจะให้ข้าราชการยื่นบัญชีทรัพย์สินเพื่อป้องกันการทุจริต
          ชำนาญ จันทร์เรือง
          นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์
          คงเหมือนกรณีข้าราชการก่อนเข้ารับตำแหน่งต้องพิมพ์ลายมือที่สถานีตำรวจ เพื่อตรวจประวัติอาชญากรรม แต่ว่ากรณีเช่นนี้คงเปิดทรัพย์สินทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีเยอะ ต้องคิดให้รัดกุม มิฉะนั้นอาจมีการแสดงเท็จ มีการกลั่นแกล้งกัน หรือต้องดูด้วยว่ากรณีไหนถึงต้องเปิดบ้าง ไม่อย่างนั้นอาจเกิดการร้องเรียนจำนวนมาก เกิดการเลื่อยขาเก้าอี้ แบบนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ต้องมาคอยเปิดทุกอย่าง
          ถามว่าจะช่วยป้องกันปัญหาการทุจริตได้จริงไหม ผมว่าวิธีการนี้เป็นการป้องกัน แต่ว่าทางออกหรือทางแก้มีเยอะ เช่น การถือแทนบ้าง เปิดบัญชีบ้าง หรือฝากเงินสดไว้เฉยๆ แต่ถามว่าดีไหม เห็นด้วยไหม ผมเห็นด้วย แต่ต้องระวังในการกลั่นแกล้งกัน ต้องควบคุมให้ดีว่ากรณีไหนจะเปิดหรือไม่เปิด เพราะจะให้เปิดทั้งหมดไม่ได้ บางอย่างไม่จำเป็นต้องเปิดเผยมาก เพราะถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัว ส่วนในต่างประเทศเองก็ใช้วิธีการนี้เหมือนกัน แต่ไม่หมดทุกตำแหน่ง เป็นตำแหน่งต้องรับผิดชอบเกี่ยวข้องทางการเมือง รับผิดชอบทางที่จะเกี่ยวหรือเอื้อกับการทุจริตได้ หรือตำแหน่งที่มีอำนาจในการสั่งซื้อ สั่งจ้าง มีอำนาจในการกำหนดนโยบายสำคัญๆ
          ต้องถามว่า ป.ป.ท.จับเฉพาะข้าราชการเท่านั้นหรือไม่ หรือรวมเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมด เพราะเดี๋ยวนี้มีพนักงานข้าราชการด้วย หรือว่าบางตำแหน่งไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น พนักงาน กกต. พนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดิน เหล่านี้ไม่ใช่ข้าราชการ อีกอย่างหนึ่งคือเดี๋ยวนี้มีตำแหน่งชั่วคราวตามโครงการต่างๆ เผลอๆ ตำแหน่งพวกนี้อาจมีอำนาจมากก็ได้ ต้องดูให้ดี ถ้าเป็นข้าราชการอย่างเดียวไม่ใช่ว่าทุกตำแหน่งจะมีอำนาจหรือมีโอกาสในการเอื้อต่อการทุจริตได้
          ส่วนที่ท่านนายกฯหวังให้อุดหรือลดช่องโหว่นั้น เป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกัน แต่ถามว่าลดไหม ต้องบอกว่าคนเราหาเงินได้เยอะ มีทางออกเยอะ มีลูกเล่น แทคติคมากมาย แต่การทุจริตคอร์รัปชั่นต้องอาศัยกันหลายฝ่าย ผมจึงเน้นย้ำเสมอว่ากฎระเบียบอย่างเดียวทำไม่ได้ อย่างฮ่องกงเป็น เชื้อสายจีน วัฒนธรรมน้ำร้อนน้ำชาขึ้นชื่ออยู่แล้ว แต่เขามีความโปร่งใสเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ นอกเหนือจากกฎระเบียบ เขามีระเบียบวินัย มีธรรมเนียมการสอนการปลูกฝัง รับก็ถือว่าผิด ให้ก็ถือว่าผิด มีความโปร่งใสมาก
          ดังนั้น ผมขอย้ำว่าการออกกฎระเบียบอย่างเดียวหรือโทษแรงอย่างเดียว ช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องทำหลายๆ อย่าง หลายๆ ขั้นตอน ปลูกฝังนิสัย อีกอย่างคือแม่ปูสอนให้ลูกปูเดินตรงไม่ได้ ต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย
          ทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล
          ประธานมูลนิธิปลัดองค์การบริหาร
          ส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
          การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการทุกระดับเป็นนโยบายที่ต้องให้การสนับสนุน เพื่อความโปร่งใส แต่การป้องกันการทุจริตได้จริงหรือไม่นั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยเป็นตัวชี้วัด เพราะปัญหาการทุจริตเป็นมะเร็งร้ายกัดกร่อนการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน ขณะที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศกว่า 3 ปี แต่ยังมีปัญหาการทุจริตต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีนักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการปราบยังไม่จริงจังและมีความเด็ดขาด หรืออาจมีปัญหาลูบหน้าปะจมูก เน้นปราบเฉพาะฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำลายฐานทางการเมือง
          สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริต ต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ 2 มาตรฐาน ไม่คำนึงถึงพวกพ้อง เป็นบุคคลใกล้ชิดผู้มีอำนาจ หรือทำให้ประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัย หรือมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเลือกปฏิบัติ เช่น การใช้มาตรา 44 ในระยะหลายปีที่ผ่านมา เพื่อออกคำสั่งแขวนหรือให้พักการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพนักงานท้องถิ่นและนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก ต้องถามว่าบุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ภายใต้การกำกับดูแลของนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในระบบราชการบริหารส่วนภูมิภาค รวมทั้งการตรวจสอบของ สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท.
          แต่สุดท้ายมีการชี้มูลเฉพาะหน่วยงานในระดับล่าง เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องชง เฉพาะข้อมูลตามหลักฐานที่ปรากฏ แต่ไม่ครบถ้วน และบางพื้นที่บุคคลถูกแขวน หรือยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ยังขัดแย้งกับสายตาประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น คสช. ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนร้องทุกข์ด้วยการนำเสนอข้อมูลการทุจริต เพื่อให้มีการแขวนข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลท้องถิ่นบ้าง
          ส่วนแนวทางในการปราบทุจริตในเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ผู้เกี่ยวข้องในระดับนโยบายควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสารการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทั้งการจัดซื้ออาวุธ การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ และในระดับพื้นที่ ต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ภาคประชาชนติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญองค์กรใหญ่ที่คุมนโยบายระดับประเทศต้องทำความโปร่งใส ของทุกโครงการให้เป็นที่ประจักษ์ และ ทำให้ประชาชนทั้งประเทศให้ความเชื่อถือศรัทธา
          รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์
          คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม
          มหาวิทยาลัยรังสิต
          การเสนอให้ข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการใหม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน มันเป็นการป้องปราม ไม่ใช่การปราบปราม ที่สำคัญข้อมูลเหล่านี้จะเก็บไว้ที่หน่วยงาน ถ้าไม่มีเรื่องราวก็จะไม่มีการหยิบ ขึ้นมา แต่ถ้ามีปัญหาก็จะเอาข้อมูลขึ้นมา ฉะนั้นการที่ให้มีการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปีแรกก็เป็นประโยชน์กับเรื่องของการป้องกันการทุจริต
          แต่ผมยังคิดว่าในตำแหน่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือตำแหน่งที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตน่าจะมีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินลงในอินเตอร์เน็ตเลย รวมทั้งผมคิดว่าคนในหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบทุกคนควรจะเปิดเผยหมดเลย เช่น กกต. ป.ป.ช. สปท. สตง. ปปง. ดีเอสไอ ทุกคนต้องเปิดเผยลงในอินเตอร์เน็ตหมด รวมทั้งบอร์ดด้วย อนุกรรมการชุดต่างๆ ที่แต่งตั้งเข้ามา ตลอดจนผู้พิพากษา อัยการ และตำรวจ ต้องเปิดเผยหมด
          ส่วนในหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับภาษี ไม่ว่าจะสรรพากร ศุลกากร สรรพสามิต ก็ควรจะต้องมีการเปิดเผยลงอินเตอร์เน็ตเช่นกัน แต่ถ้าตอนนี้จะเอาแค่เก็บไว้ก่อนผมก็ไม่ว่า แต่ก้าวต่อไปควรจะเปิดเผยมากกว่านี้
          อินเตอร์เน็ตเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มันอาจจะไม่แพร่หลายมาก นัก แต่เนื่องจากสังคมตะวันตก สังคมควบคุมพรรคการเมือง นักการเมือง ข้าราชการเอาไว้ได้ ระบบการตรวจสอบดี ฉะนั้นการเกิดการทุจริตในประเทศตะวันตกจะเบาบาง เพราะสังคมเข้มแข็งกว่าภาครัฐ ส่วนของเราภาครัฐเข้มแข็งกว่าภาคประชาชนเยอะ ฉะนั้นเพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนจึงควรให้มีการเปิดเผยทรัพย์สินของบุคคลในภาครัฐเพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบ
          นครินทร์ คีรีเพชร
          เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาปราณบุรี
          การยื่นบัญชีหนี้สินทรัพย์สินของข้าราชการยังมีความซับซ้อน การยื่นบัญชีของข้าราชการบางรายอาจตกหล่นไม่ครบถ้วน การยื่นบัญชีของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย บุคคลที่เป็นผู้เยาว์ หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว ข้าราชการบางรายอาจจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องการจัดซื้อ จัดจ้างที่มีงบประมาณจำนวนมาก และเชื่อว่าการยื่นบัญชีเป็นการแก้ไขปัญหาปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ไขการทุจริตได้ทั้งระบบ ทั้งที่องค์กรตรวจสอบมีทั้ง ป.ป.ช. สตง. ป.ป.ท. ปปง. ถามว่าองค์กรอิสระเหล่านี้ทำงานได้เต็มความสามารถ ด้วยความรวดเร็วโปร่งใสและเป็นธรรม มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันแล้วหรือไม่อย่างไร มีความกล้าหาญเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างหลายแสนล้านในระดับนโยบายได้มากน้อยเพียงใด หรือตั้งใจจะตรวจสอบเฉพาะข้าราชการระดับล่าง
          เดิมมีการสร้างค่านิยมให้ข้าราชการแสดงความรังเกียจการทุจริต แต่น่าเสียดายเพราะไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน ทั้งที่การวางรากฐานให้ข้าราชการมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง การสร้างจิตสำนึกจะต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่เริ่มต้นการเข้ารับราชการ มีการสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพราชการ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้าราชการมีภาระหนี้สินและจะต้องแสวงหารายได้อื่นจากการทุจริตเพื่อพยุงฐานะทางสังคม หรือนำไปใช้จ่ายเพื่อการวิ่งเต้นโยกย้ายซื้อขายตำแหน่งมีปรากฏเป็นข่าว
          เพราะฉะนั้นในอนาคตหากจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย นายตำรวจยศนายพล ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด หรือย้ายเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดไปปฏิบัติงานที่จังหวัดไหน นอกจาก จะต้องประเมินความเหมาะสมจากหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ควรเปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ประวัติการทำงาน และ นำรายชื่อของข้าราชการเหล่านี้ไปสอบถามประชาชนใน จังหวัดนั้นด้วยว่ายอมรับได้หรือไม่ เพื่อเป็นองค์ประกอบ ในการแต่งตั้ง จากการนำเสนอวิธีการทำงานและความรู้ความสามารถ--จบ--

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น