วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

'บิ๊กตู่'ไม่ขวางขรก.โชว์ทรัพย์ เลขาปปท.ลั่น3สัปดาห์จบ

 'บิ๊กตู่'ไม่ขวางขรก.โชว์ทรัพย์ เลขาปปท.ลั่น3สัปดาห์จบมติชน ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 256

จี้ทหารเปิดบช.ทรัพย์สิน
          นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงแนวคิดของรัฐบาลเตรียมให้ข้าราชการทุกคนยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน เพื่อป้องกันการทุจริตว่า เห็นด้วยหากตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ของข้าราชการทุกคน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานมีประสิทธิภาพรองรับเรื่องนี้ได้หรือไม่ ยังมีปัญหา เนื่องจากปัจจุบันข้าราชการในระดับจังหวัดกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จังหวัดบางพื้นที่จะมีความคุ้นเคยใกล้ชิดกัน อาจทำให้เกิดการลักลั่น เลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์ให้เฉพาะผู้ที่สนิทชิดเชื้อเป็นกรณีพิเศษจากสังคมในระบบอุปถัมภ์หรือรุ่นพี่รุ่นน้องจากสถาบันการศึกษา การมีคอนเน็กชั่นหรือสานสัมพันธ์จากการอบรมหลักสูตรพิเศษในระดับประเทศ
          "ดังนั้น การยื่นบัญชีของข้าราชการนอกจากจะยื่น ป.ป.ช.แล้วจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อให้องค์กรภาคประชาชนมีกระบวนการตรวจสอบว่าบัญชียื่นตรงกับข้อเท็จจริงในเชิงประจักษ์ในพื้นที่นั้นๆ หรือไม่ เพราะข้าราชการบางคนเงินเดือนไม่มาก ไม่มีมรดกตกทอด แต่มีฐานะร่ำรวยน่าสงสัย หากจะไปยื่นให้เฉพาะ ป.ป.ช.ดูเพียงหน่วยงานเดียวแล้วเก็บเรื่องเงียบคงไร้ประโยชน์ ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แต่การเปิดเผยบัญชีต่อสาธารณะจะทำให้ข้าราชการมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นถ้าเปิดโอกาสให้ชาวบ้านร่วมชี้เป้าหรือเบาะแสการทุจริตก็จะเป็นประโยชน์ในการจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ป.ป.ช.จังหวัดมีบุคลากรจำกัด คงไม่สามรถสอดส่องดูแลหรือตรวจสอบได้ทัน เพราะต้องยอมรับในแต่ละจังหวัดมีข้าราชการจำนวนมาก นอกจากนั้นควรมีการตรวจประจำเป็นรายปีหรือในรอบ 3 เดือน" นายศรีสุวรรณกล่าว
          'องอาจ'เห็นด้วยแสดงทรัพย์สิน
          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้ควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนให้แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงราชการ การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ และข้าราชการควรทำตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้าทำงานและควรแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทุกๆ 4-5 ปี เพื่อแสดงว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ในกรณีที่ถูกร้องเรียนว่าข้าราชการ
          คนใดร่ำรวยผิดปกติ จะได้นำข้อมูลที่แจ้งไว้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้  การให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเรื่องดีที่จะป้องกันการทุจริตได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ทุจริตที่สำคัญ 3 ฝ่ายอันประกอบด้วย 1.ฝ่ายการเมือง 2.ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ 3.ฝ่ายนักธุรกิจเอกชน เมื่อฝ่ายข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ถูกตรวจสอบมากขึ้น ก็จะทำให้การทุจริตยากมากขึ้น ขอฝากให้นายกรัฐมนตรีเร่งทำเรื่องนี้เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เสริมสร้างมาตรการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยให้ได้ผลมากขึ้น
          ป.ป.ท.เผยนายกฯไม่ขัดยื่นบช.
          เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยถึงแนวคิดการให้ข้าราชการทุกระดับยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อป้องกันการทุจริตว่า เป็นแนวคิดของทาง ก.พ.ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เห็นว่าข้าราชการทุกคนควรยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ ก.พ.ทราบตั้งแต่วันรับรายงานตัวเข้ามาเป็นข้าราชการทันที และเมื่อมีการเลื่อนตำแหน่งหรือเปลี่ยนหน่วยงานก็ต้องมายื่นให้ ก.พ.ใหม่อีกครั้งเพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ทั้งมรดกตกทอดและทรัพย์สินที่ได้มา เมื่อเรามีข้อมูลส่วนนี้ข้าราชการก็จะมีความยั้งคิดยั้งทำเนื่องจากต้องคำนึงว่าภาครัฐมีข้อมูลอยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ดำริว่าไม่ได้ขัดอะไร แต่ขอให้ดูขั้นตอนทุกอย่างให้รอบคอบ รัดกุม รวมถึงต้องให้คิดถึงเจ้าหน้ารัฐหลายๆ กลุ่ม และได้สั่งการให้ไปดูโมเดลจากต่างประเทศว่ามีประเทศไหนที่ทำบ้าง จะได้ไปศึกษาผลดีผลเสียดู จากนั้นตนในฐานะเลขาฯ ศอตช.ก็จะประสานไปยัง ก.พ.เพื่อดำเนินการต่อไป
          ยันไม่ยุ่งเหมือนขรก.ระดับสูง
          เมื่อถามว่า จะทำให้ข้าราชการเกิดความยุ่งยากในการยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ยุ่งยาก เพราะไม่เหมือนกับข้าราชการระดับสูงที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และจะให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ไปคิดระบบที่เสถียรมารองรับด้วย โดยให้ข้าราชการใหม่ที่ต้องกรอกแบบฟอร์ม ก.พ.7 อยู่แล้วกรอกบัญชีทรัพย์สินเพิ่มไปอีกเท่านั้นเอง ทั้งนี้เราจะเห็นประโยชน์ชัดเจนต่อเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเกิดมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากเดิมผิดปกติก็จะหาต้นตอได้ไม่ยาก โดยภายในสัปดาห์หน้าจะสรุปข้อสั่งการและมติที่ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และคาดว่าจะเรียบร้อยภายใน 3 สัปดาห์ จากนั้นจะแจ้งทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม นายกฯไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเพราะต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะรัฐบาลต้องการทำให้ระบบป้องกันการทุจริตกลับมาเข้มแข็ง ไม่อยากให้มีช่องว่างในการทุจริตอีก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น