วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เดลินิวส์: แก้'ขยะ'ด้วยการมีส่วนร่วม

เดลินิวส์: แก้'ขยะ'ด้วยการมีส่วนร่วม 
เดลินิวส์ ฉบับวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
          "ขยะ" อีกปัญหาในสังคมไทยที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ความสำคัญโดยกำหนดเป็น "วาระแห่งชาติ" ในการแก้ไขปัญหาด้วยการจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงการจัดการขยะอันตราย มูลฝอยติดเชื้อและกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายซึ่งต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการ โดยมอบให้กระทรวงมหาด ไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมแก้ไข เพื่อให้ "ประเทศไทยไร้ขยะ"
          ต้องยอมว่า ปัจจัยสำคัญในการจัดการขยะให้ประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับความมีวินัยของประชาชนและความเคร่งครัด เอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ไม่ก่อมลพิษในการกำจัดขยะที่ย่อยสลายได้ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิลและขยะอันตรายหรือขยะมีพิษ ทั้งนี้ภาคเอกชนในฐานะเป็นผู้ผลิตแรกเริ่มนับว่ามีส่วนสำคัญยิ่งที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหานี้ โดยไม่เป็นการผลักหรือเพิ่มภาระให้กับประชาชนผู้บริโภคเป็นผู้รับแทน
          น่าจับตาและติดตาม ร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการปัญหาขยะอย่างเบ็ดเสร็จ ครบทุกมิติ คือ ร่าง พ.ร.บ.การจัดการขยะแห่งชาติ พ.ศ. ...ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ และร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ...ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา รอเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาออกเป็นกฎหมาย ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับหลังนี้ เริ่มมีเสียงจากภาคเอกชนไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น อาทิ การเพิ่มโทษจำคุก การระบุความรับผิดชอบของบริษัทผู้ผลิตครอบคลุมถึงสินค้าปลอมยี่ห้อด้วยหรือไม่ หรือการตัดทิ้ง "กองทุนบริหารจัดการซากฯ" เป็นต้น
          การยกระดับปัญหาขึ้นเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว แต่ทำอย่างไรจึงเป็นรูปธรรม ความเห็นต่างในร่างกฎหมายถือเป็นความท้าทายของผู้มีอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบต้องประสานความคิดเห็น ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมให้ได้ โดยยึดโยงผลประโยชน์ร่วมกัน การเพิ่มโทษอาจจำเป็นเพื่อให้เกิดความตื่นกลัว ความชัดเจนไม่กำกวมในข้อกฎหมายมิให้เกิดการตีความก็เพื่อปิดช่องทุจริต หาประโยชน์จากบางฝ่าย แต่หากทุกคนทุกฝ่ายยังปัดสวะ "ขยะ" ที่ตัวเองร่วมก่อให้พ้นตัวเช่นทุกวันนี้ ไม่ว่าใครก็มิอาจแก้ปัญหานี้ได้ และยิ่งนานวันมลพิษจากขยะจะทวีความรุนแรงเป็นภัยใกล้ตัวที่เสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิตมากยิ่งขึ้น.
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น